02-019-7296 | 081-595-3011 | 095-748-7312

ความสำคัญของการทดสอบแสงและเสียงในห้องปฏิบัติการ (Laboratory)

ความสำคัญของการทดสอบแสงและเสียงในห้องปฏิบัติการ (Laboratory)

การทำงานภายในห้องปฏิบัติการ (Laboratory) ความแม่นยำไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่เครื่องมือหรือฝีมือของนักวิจัยเท่านั้น แต่ “สภาพแวดล้อม” เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มักถูกมองข้าม โดยเฉพาะเรื่องของแสงและเสียง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อทั้งคุณภาพของผลการวิจัยและความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานในห้องแล็บ

การควบคุมความเข้มแสง (Lighting Level) ให้เหมาะสมไม่เพียงแต่ช่วยลดความล้าของสายตา แต่ยังช่วยให้การสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ ในงานแล็บแม่นยำยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันการตรวจวัดระดับเสียง (Sound Level) เพื่อควบคุมมลภาวะทางเสียงที่เกิดจากเครื่องจักรกลหนักหรือระบบระบายอากาศก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย บทความนี้จะเจาะลึกว่าทำไมการทดสอบและปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานของห้องปฏิบัติการจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกองค์กรไม่ควรละเลย

 

ทำไมต้องทดสอบแสงและเสียงในห้องปฏิบัติการ

การทดสอบแสงและเสียงในห้องปฏิบัติการเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อความแม่นยำของผลการทดลอง ความปลอดภัยของบุคลากร และประสิทธิภาพในการทำงาน เพราะในพื้นที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพออาจทำให้เกิดความผิดพลาดในการอ่านค่าเครื่องมือหรือการทำงานที่ต้องใช้สายตาอย่างละเอียด หรือการทำงานในพื้นที่ที่มีระดับเสียงสูงเกินมาตรฐานอาจรบกวนสมาธิ ส่งผลต่อการสื่อสาร หรือสร้างความเครียดให้กับผู้ปฏิบัติงานในห้องแล็บ 

ดังนั้นการตรวจวัดค่า Lighting Level และ Sound Level จึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการประเมินสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการทำงาน เพื่อช่วยให้สามารถปรับปรุงสภาพแวดล้อมในห้องแล็บให้เหมาะสมต่อการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด  

 

คลิกอ่านเพิ่มเติม : การทดสอบความเข้มแสง (Lighting Level) และระดับเสียง (Sound Level) ในห้องคลีนรูม

 

มาตรฐานที่ใช้อ้างอิงในการทดสอบแสงและเสียง

การทดสอบแสงและเสียงจำเป็นต้องอ้างอิงมาตรฐานสากลที่กำหนดขั้นตอน วิธีการวัด และเกณฑ์การประเมินผลอย่างชัดเจน เพื่อให้ผลการตรวจวัดมีความถูกต้องและสามารถนำไปใช้งานได้จริง

มาตรฐานที่นิยมใช้เป็นแนวทางในการทดสอบ ได้แก่

  • NEBB Procedure Standards for Certified Testing of Cleanrooms (2009 – Third Edition)
  • IEST Recommended Practice – IEST-RP-CC006.3 Testing Cleanrooms

ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กำหนดวิธีการตรวจวัดสภาพแวดล้อมภายในห้องคลีนรูม (Cleanroom) และห้องปฏิบัติการ (Laboratory) รวมถึงแนวทางการทดสอบค่าความเข้มแสงและระดับเสียงเพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่ทำงานมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงานทางวิทยาศาสตร์และงานวิจัย

 

เครื่องมือที่ใช้ในการทดสอบแสงและเสียง

เครื่องมือที่ใช้ในการทดสอบแสงและเสียง

การตรวจวัดค่าความเข้มแสงและระดับเสียงต้องใช้อุปกรณ์ตรวจวัดที่มีความแม่นยำและผ่านการสอบเทียบ (Calibration) ตามมาตรฐาน เพื่อให้ผลการวัดมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือตามหลักสากล โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการทดสอบหลัก ๆ ได้แก่

  • เครื่องวัดแบบมิเตอร์ดิจิตอลมัลติฟังก์ชันพร้อมโพรบวัดแสง (Digital Multi-Function Meter with Lux Probe)

เครื่องมือวัดปริมาณความเข้มของแสงสว่างในสภาพแวดล้อมที่ถูกกำหนดไว้ มีหน่วยวัดเป็นลักซ์ (Lux) หรือฟุตแคนเดิล (Foot-candle : fc) ซึ่งประกอบด้วยเซ็นเซอร์แสงและจอแสดงผล โดยใช้หัววัดหรือโพรบ (Lux Probe) เพื่อรับค่าปริมาณแสงที่ตกกระทบบนพื้นที่ทำงานและถูกแสดงผลผ่านหน้าจอ

  • เครื่องวัดระดับเสียง (Sound Level Meter)

เครื่องมือวัดระดับเสียงในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ โดยแสดงผลเป็นหน่วยเดซิเบล (dB) ซึ่งประกอบด้วยไมโครโฟนเพื่อตรวจจับเสียงและวงจรอิเล็กทรอนิกส์สำหรับแปลงคลื่นเสียงเป็นสัญญาณที่สามารถวัดและแสดงผลได้

 

จุดทดสอบที่จำเป็นภายในห้องปฏิบัติการ

การตรวจวัดแสงและเสียงควรดำเนินการในตำแหน่งที่มีการใช้งานจริงของบุคลากร เพื่อให้ได้ค่าที่สะท้อนสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างแท้จริง โดยมีจุดตรวจวัดที่สำคัญภายในห้องปฏิบัติการ (Laboratory) ดังต่อไปนี้

  • บริเวณโต๊ะปฏิบัติการ (Laboratory Workbench) : จุดที่ทำการทดลองและใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ หรือบริเวณจุดที่ใช้สายตาในการทำงานอย่างละเอียด
  • บริเวณเครื่องมือวิทยาศาสตร์ (Instrument Area) : บริเวณเครื่องมือวิเคราะห์หรือเครื่องมือวัดที่ต้องการความแม่นยำสูง
  • บริเวณตู้ดูดควัน (Fume Hood Area) : พื้นที่ตรวจวัดเพื่อประเมินผลกระทบจากเสียงของระบบระบายอากาศและพัดลมดูดอากาศ
  • พื้นที่เตรียมสารหรือเตรียมตัวอย่าง (Preparation Area) : พื้นที่ที่มีการเตรียมสารเคมีหรือเตรียมตัวอย่างก่อนการทดลอง
  • บริเวณทางเดินภายในห้องปฏิบัติการ (Laboratory Corridor / Circulation Area) : บริเวณพื้นที่ที่ประเมินสภาพแสงสว่างและเสียงในพื้นที่สัญจรของบุคลากร
  • บริเวณที่มีเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดเสียง (Equipment / Mechanical Area) : พื้นที่ที่มีการติดตั้งเครื่องจักร เครื่องปั๊ม หรือระบบระบายอากาศที่อาจสร้างเสียงรบกวนในการทำงาน

 

เกณฑ์ค่ามาตรฐานแสงและเสียงในห้องปฏิบัติการ

การประเมินค่าของความเข้มแสงและระดับเสียงภายในสถานที่ทำงานต้องอ้างอิงตามข้อกำหนดของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้มั่นใจว่าพื้นที่ทำงานมีความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน สำหรับประเทศไทยการตรวจวัดสามารถอ้างอิงตาม ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้แก่

เกณฑ์ค่ามาตรฐานแสงและเสียงในห้องปฏิบัติการ

  • ประกาศเกี่ยวกับเสียง : ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานระดับเสียงที่ยอมให้ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทํางานในแต่ละวัน

อ้างอิงตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงาน เกี่ยวกับระดับเสียง พ.ศ. 2561 

    • นายจ้างต้องควบคุมระดับเสียงมิให้ลูกจ้างได้รับสัมผัสเสียงในบริเวณสถานประกอบกิจการที่มีระดับเสียงสูงสุด (Peak Sound Pressure Level) ของเสียงกระทบหรือเสียงกระแทก (Impact or Impulse Noise) เกิน 140 เดซิเบล (dB) หรือได้รับสัมผัสเสียงที่มีระดับเสียงดังต่อเนื่องแบบคงที่ (Continuous Steady Noise) เกินกว่า 115 เดซิเบลเอ (dBA)
    • นายจ้างต้องควบคุมระดับเสียงที่ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดเวลาการทํางานในแต่ละวัน (Time Weighted Average-TWA) มิให้เกินมาตรฐานตามที่อธิบดีประกาศกําหนด
    • โดยค่ามาตรฐานสำคัญสำหรับระยะเวลาการทำงาน 8 ชั่วโมง ระดับเสียงเฉลี่ยตลอดการทำงานไม่ควรเกิน 85 เดซิเบลเอ (dBA) 

 

ข้อมูลอ้างอิง : ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เรื่อง มาตรฐานระดับเสียงที่ยอมให้ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทํางานในแต่ละวัน, จาก https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/E/019/15.PDF 

 

  • ประกาศเกี่ยวกับแสงสว่าง : ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง

อ้างอิงตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจวัดระดับแสงสว่างในสถานที่ทำงาน พ.ศ. 2561

    • นายจ้างต้องจัดให้มีแสงสว่างเพียงพอต่อการทำงาน และต้องมีการตรวจวัดระดับแสงสว่างไม่ต่ำกว่ามาตรฐานตามที่อธิบดีประกาศกําหนด

 

      • บริเวณพื้นที่ทางเดินหรือสัญจร : บริเวณพื้นที่ทั่วไปที่มีการสัญจรของบุคคล หรือยานพาหนะในภาวะปกติ และบริเวณที่มีการสัญจรในภาวะฉุกเฉิน ระดับแสงสว่างโดยประมาณ 100-200 ลักซ์ (Lux)
          • ทางสัญจรในภาวะฉุกเฉิน เช่น ทางออกฉุกเฉิน เส้นทางหนีไฟ บันไดทางฉุกเฉิน
          • ภายนอกอาคาร เช่น ลานจอดรถ ทางเดิน บันได ประตูทางเข้าใหญ่ของสถานประกอบกิจการ 
          • ภายในอาคาร เช่น ทางเดิน บันได ทางเข้าห้องโถง ลิฟต์
      • บริเวณพื้นที่ทั่วไป : พื้นที่ใช้ประโยชน์ทั่วไป พื้นที่ใช้ประโยชน์ในสำนักงาน พื้นที่ใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิตหรือการปฏิบัติงาน เช่น งานทั่วไป/งานในห้องปฏิบัติการ ระดับแสงสว่างโดยประมาณ 300-500 ลักซ์ (Lux)
      • ลักษณะงาน : งานที่ต้องใช้ความละเอียดสูง หรืองานที่ชิ้นงานมีขนาดเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจน และมีความแตกต่างของสีน้อย ต้องใช้สายตาในการทำงานมาก เช่น การปฏิบัติงานที่ชิ้นงานมีขนาดตั้งแต่ 25 ไมโครเมตร (0.025 มิลลิเมตร) หรืองานปรับเทียบมาตรฐานความถูกต้องและความแม่นยำของอุปกรณ์ ระดับแสงสว่างโดยประมาณ 750-1,000 ลักซ์ (Lux)

ข้อมูลอ้างอิง : ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง, จาก https://greenoffice.rsu.ac.th/law/law4_2.pdf

 

Q&E INTERNATIONAL รับตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อมาตรฐานความปลอดภัย 

Q&E INTERNATIONAL รับตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อมาตรฐานความปลอดภัย 

Q&E INTERNATIONAL รับตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อมาตรฐานความปลอดภัย ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการ และห้องปฏิบัติการ (Laboratory)

ให้บริการทดสอบและรับรองผลโดยจป.วิชาชีพผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองรายงานการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และใช้อุปกรณ์ตรวจวัดที่แม่นยำและได้มาตรฐานตามที่กำหนด ตลอดจนรายงานผลพร้อมใช้งานจริง

 

ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง

Call: 095-748-7312, 081-595-3011

LINE ID: @248hrupy

Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 

Email: [email protected], [email protected]

Share :

ข่าวสารที่น่าสนใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า