การตรวจสอบสภาพแวดล้อมของห้องคลีนรูม (Cleanroom) ให้สามารถควบคุมคุณภาพอากาศได้อย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่อาจมองข้ามได้ในการทดสอบห้องคลีนรูม โดยหนึ่งในขั้นตอนการทดสอบเพื่อประเมินประสิทธิภาพของห้องคลีนรูมคือการทำ “Recovery Test” หรือการทดสอบความสามารถของห้องคลีนรูมในการฟื้นฟูระดับความสะอาดของอากาศให้กลับคืนสู่สภาวะปกติหลังจากมีการปล่อยอนุภาคหรือสิ่งปนเปื้อนเข้าไปในห้องชั่วคราว
ซึ่งเป็นการทดสอบที่ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการบ่งบอกถึงประสิทธิภาพของระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (HVAC) รวมถึงการออกแบบการไหลเวียนของอากาศภายใน Cleanroom ได้เป็นอย่างดี โดยการทดสอบ Recovery Test นี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานสากล ISO 14644-3 ซึ่งเป็นหนึ่งในชุดมาตรฐาน ISO 14644 ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในด้านการควบคุมสภาพแวดล้อมของห้องคลีนรูมตามหลักปฏิบัติสากล
การทดสอบ Recovery Test คืออะไร?

“Recovery Test” คือ การทดสอบระยะเวลาการกลับคืนมาสู่ระดับความสะอาดของห้องคลีนรูม โดยเป็นการจำลองการสร้างอนุภาคขึ้นมาให้อยู่ในสภาวะที่สูงเกินกว่าระดับปกติจากที่กำหนด และดูระยะเวลาการฟื้นตัวสู่ระดับความสะอาดของห้องให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมตามมาตรฐานสากล เช่น มาตรฐาน ISO 14644-3:2005(E), NEBB (2009-Third Edition) และ PIC/s PE 009-15 (Annexes) เป็นต้น เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานระบบห้องคลีนรูม และทดสอบว่าระยะเวลาการฟื้นตัว (Recovery Time) อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้
วัตถุประสงค์ในการทดสอบ Recovery Test
จุดประสงค์ของการทดสอบการฟื้นตัวของห้องคลีนรูม (Recovery Test) เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการฟื้นคืนสู่ระดับความสะอาดที่กำหนดหลังจากสัมผัสกับแหล่งกำเนิดอนุภาคในอากาศเมื่อเกิดการปนเปื้อนขึ้นว่าใช้ระยะเวลานานแค่ไหนในการกลับสู่สภาวะปกติในพื้นที่ Cleanroom เพื่อตรวจสอบความพร้อมของห้องคลีนรูมก่อนใช้งานหากเกิดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนในสภาพแวดล้อมการใช้งานจริง เช่น การเข้า-ออกของบุคลากร, การขนย้ายวัสดุ และกิจกรรมอื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนในห้องคลีนรูม
อุปกรณ์และขั้นตอนในการทดสอบการฟื้นตัว
อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ Recovery Test
- เครื่องมือตรวจวัดปริมาณอนุภาคในอากาศ (Discrete Particle Counter)
- เครื่องกำเนิดละอองในอากาศ (Aerosol Generator)
ขั้นตอนในการทดสอบ Recovery Test
- เตรียมความพร้อมของห้องคลีนรูม โดยตรวจสอบห้องคลีนรูมอยู่ในสภาวะปกติ และระบบ HVAC กำลังทำงานตามปกติ
- วัดปริมาณอนุภาคในจุดที่อากาศไหลเวียนได้น้อย หรือพิจารณาจากตำแหน่งที่เคยให้ผลการวัดอนุภาคในอากาศที่แย่ที่สุด จากนั้นให้บันทึกค่าที่อ่านได้นั้นเป็นระดับอนุภาคเริ่มต้น
- เปิดเครื่องกำเนิดละออง (Aerosol Generator) เพื่อสร้างอนุภาคขนาดประมาณ 0.5 ไมครอน (µm) บริเวณใกล้ตำแหน่งที่ทำการทดสอบ โดยเพิ่มความเข้มข้นของอนุภาคให้สูงกว่าระดับความสะอาดเป้าหมายอย่างน้อย 100 เท่า
- ปิดการทำงานของเครื่องกำเนิดละอองในอากาศและเริ่มจับเวลา
- บันทึกปริมาณอนุภาคในอากาศทุก ๆ 1 นาที ด้วยเครื่องมือตรวจวัดปริมาณอนุภาคในอากาศ (Discrete Particle Counter) จนกว่าระดับความสะอาดจะกลับคืนสู่ค่าตั้งต้นที่กำหนดไว้ก่อนการทดสอบ
- สร้างกราฟแสดงเส้นโค้งการฟื้นตัว (Recovery Curve) และระบุระยะเวลาการฟื้นตัว (Recovery Time) ของห้องคลีนรูมที่จำนวนอนุภาคกลับมาสู่ระดับที่ยอมรับได้
Recovery Time เกี่ยวข้องกับการทดสอบห้องคลีนรูมอย่างไร
Recovery Time คือ “ระยะเวลาการฟื้นตัว” หรือหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญในการประเมินประสิทธิภาพของห้องคลีนรูม (Cleanroom) โดยเฉพาะในกระบวนการทดสอบ Recovery Test ที่เป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐาน ISO 14644-3 เพื่อทดสอบว่าห้องคลีนรูมสามารถฟื้นฟูระดับความสะอาดของอากาศกลับสู่สภาวะปกติได้เร็วแค่ไหนหลังจากเกิดการปนเปื้อนด้วยอนุภาคที่จำลองขึ้นมา
โดยระยะเวลาการฟื้นตัว (Recovery Time) จะผกผันกับอัตราการหมุนเวียนของอากาศ ซึ่งหมายถึงหากอัตราการหมุนเวียนของอากาศ (Air Change Rate) สูงขึ้นเท่าไหร่ ระยะเวลาการฟื้นตัว (Recovery Time) ก็จะน้อยลงเท่านั้นนั่นเอง
บทบาทของมาตรฐาน ISO 14644-3 ในการทดสอบห้องคลีนรูม
ISO 14644-3 เป็นหนึ่งในชุดมาตรฐาน “ISO 14644” ซึ่งออกแบบมาเพื่อควบคุมคุณภาพและความสะอาดของห้องคลีนรูม (Cleanroom) โดยมาตรฐาน ISO 14644-3 แสดงถึงวิธีการทดสอบ เครื่องมือที่ควรใช้ในการทดสอบ กระบวนการทดสอบ และเกณฑ์ในการกำหนดผลการทดสอบที่ยอมรับได้ ซึ่งประกอบไปด้วยการทดสอบขั้นพื้นฐาน ดังนี้
- การทดสอบการรั่วจากการติดตั้งแผ่นกรองอากาศชนิด HEPA/ULPA Filter
- การทดสอบปริมาณลม ความเร็วของลม และทิศทางของลมที่ไปทางเดียวกัน
- การทดสอบปริมาณฝุ่น
- การทดสอบแรงดันห้อง
- การทดสอบจุลินทรีย์ในอากาศ
Q&E INTERNATIONAL ให้บริการ Cleanroom Testing อ้างอิงตามมาตรฐานสากล
“Q&E INTERNATIONAL” ผู้ให้บริการทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) สำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น โรงพยาบาล อุตสาหกรรมยา เวชภัณฑ์ อาหาร หรืออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ด้วยเครื่องมือทดสอบที่แม่นยำและทีมงานวิศวกรที่เชี่ยวชาญด้านห้องคลีนรูมโดยเฉพาะทั้งในส่วนของวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ (Professional) และช่างเทคนิค (Technician) เพื่อให้ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าการทดสอบจะดำเนินไปอย่างถูกต้องและเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติที่ได้รับการรับรอง พร้อมรายงานผลการทดสอบอย่างครบถ้วน
อ้างอิงหลักเกณฑ์ในการทดสอบตามมาตรฐาน Cleanroom Performance Testing (CPT) โดย NEBB สำหรับการทดสอบเบื้องต้น (Primary Tests) และการทดสอบเพิ่มเติม (Secondary Tests) ทั้งหมด 9 ขั้นตอนในการทดสอบห้องคลีนรูม
- การทดสอบอัตราการไหลของอากาศเพื่อหาอัตราการหมุนเวียนอากาศ (Airflow Velocity, Airflow Volume and Air Change Rate)
- การทดสอบรอยรั่วของแผ่นกรองอากาศ (Filter Installation Leak Test)
- การทดสอบจำนวนอนุภาคในอากาศเพื่อวัดปริมาณฝุ่นในอากาศ (Airborne Particle Count Cleanliness Classification Test)
- การทดสอบแรงดันอากาศภายในห้อง (Room Pressurization Test)
- การทดสอบอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (Temperature and Relative Humidity Test)
- การทดสอบทิศทางการไหลของอากาศ (Airflow Visualization Test)
- การทดสอบการฟื้นตัวของระดับความสะอาดภายในห้อง (Room Recovery Test)
- การทดสอบระดับความเข้มแสงภายในห้อง (Lighting Level Test)
- การทดสอบระดับเสียงภายในห้อง (Sound Level Test)
- คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่: 9 ขั้นตอนการทดสอบห้องคลีนรูม (CPT) กับ Q&E INTERNATIONAL
ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง
Call: 095-748-7312, 081-595-3011
LINE ID: @248hrupy
Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Email: [email protected], [email protected]







