02-019-7296 | 081-595-3011 | 095-748-7312

จป.วิชาชีพ คืออะไร? เกี่ยวข้องอย่างไรกับความปลอดภัยในการทำงาน

จป.วิชาชีพ คืออะไร? เกี่ยวข้องอย่างไรกับความปลอดภัยในการทำงาน

อุบัติเหตุในสถานที่ทำงานสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมหรือไซต์งานก่อสร้าง หากองค์กรขาดการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานอย่างเป็นระบบ ดังนั้นจึงมีหนึ่งในบุคลากรสำคัญที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้คือ “จป. วิชาชีพ” หรือ “เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย วิชาชีพ (Safety Officer)” ผู้ที่มีหน้าที่ดูแล ควบคุม และวางแผนมาตรการด้านความปลอดภัยให้กับพนักงานและสถานประกอบการนั่นเอง

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับจป. วิชาชีพให้มากขึ้น ตั้งแต่บทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ระดับของจป.อาชีพ หรือสถานประกอบการที่กำหนดให้ต้องมีจป. วิชาชีพ ไปจนถึงความสำคัญที่มีต่อการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยในองค์กรให้เป็นไปตามกฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565

 

จป.วิชาชีพ คืออะไร?

จป.วิชาชีพ คืออะไร?

จป. วิชาชีพ คือ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ (Safety Officer) บุคลากรที่ทำหน้าที่หลักในการวางแผน ควบคุม และกำกับดูแลมาตรการด้านความปลอดภัยภายในสถานประกอบการ เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงาน รวมถึงเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ในองค์กรให้เกิดความปลอดภัย

โดยเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้…

  1. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือเทียบเท่าตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
  2. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี และเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคขั้นสูงมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ และผ่านการประเมิน
  3. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี และเป็นผู้ประกอบกิจการเป็นผู้ดำเนินงานไม่น้อยกว่าห้าปีในสถานประกอบกิจการตามบัญชี 1 หรือสถานประกอบกิจการตามบัญชี 2 และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ และผ่านการประเมิน ภายในห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
  4. เคยเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2549
  5. เคยเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง ความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2544 และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ และผ่านการประเมิน ภายในห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
  6. เคยเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ลงวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 หรือเป็นผู้มีคุณสมบัติเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานตามประกาศของกรรมาธิการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่องความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน ลงวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2526 และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ และผ่านการประเมิน ภายในห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ

 

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย มีกี่ระดับ?

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย มีกี่ระดับ?

ตามกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2565 โดยมีการกำหนดระดับของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่

  1. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร : ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยในองค์กร
  2. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน : ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของพนักงานในส่วนงานของตนให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย
  3. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค : ทำหน้าที่ดูแลและให้คำแนะนำด้านความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน เช่น โรงงาน หรือไซต์ก่อสร้าง
  4. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคขั้นสูง : ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเชิงลึก สามารถวิเคราะห์และป้องกันความเสี่ยงที่ซับซ้อนได้
  5. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ : ทำหน้าที่ควบคุม วางแผน และบริหารมาตรฐานความปลอดภัยขององค์กร

 

หน้าที่การทำงานหลักของ จป.วิชาชีพ

จป. วิชาชีพมีบทบาทสำคัญในการดูแลและพัฒนาความปลอดภัยในการทำงานภายในองค์กร โดยหน้าที่หลักของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย วิชาชีพ มีดังต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบและเสนอแนะให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
  2. วิเคราะห์งานเพื่อชี้บ่งอันตรายและกำหนดมาตรการป้องกันและขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัยเสนอต่อนายจ้าง
  3. ประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
  4. วิเคราะห์แผนงานหรือโครงการและข้อเสนอแนะของหน่วยงานต่าง ๆ และเสนอแนะมาตรการความปลอดภัยในการทำงานต่อนายจ้าง
  5. ตรวจประเมินการปฏิบัติงานของสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามแผนงานโครงการหรือมาตรการความปลอดภัยในการทำงาน
  6. แนะนำให้ลูกจ้างปฏิบัติตามคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ
  7. แนะนำฝึกสอนและอบรมลูกจ้างเพื่อให้การปฏิบัติงานปลอดจากเหตุอันจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการทำงาน
  8. ตรวจวัดและประเมินสภาพแวดล้อมหรือดำเนินการร่วมกับบุคคลหรือนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนหรือได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
  9. เสนอแนะต่อนายจ้างเพื่อให้มีการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานที่เหมาะสมกับสถานประกอบกิจการและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
  10. ตรวจสอบหาสาเหตุและวิเคราะห์การประสบอันตรายการเจ็บป่วยหรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้าง และรายงานผลการตรวจสอบ รวมทั้งเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อนายจ้างเพื่อป้องกันการเกิดเหตุโดยไม่ชักช้า
  11. รวบรวมสถิติ วิเคราะห์ข้อมูล และจัดทำรายงานและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการประสบอันตรายการเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้างเสนอต่อนายจ้าง
  12. ให้ความรู้และอบรมด้านโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแก่ลูกจ้างก่อนเข้าทำงานและระหว่างทำงาน เพื่อทบทวนความรู้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  13. ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตามที่นายจ้างมอบหมาย

 

ความสำคัญของความปลอดภัยในการทำงาน

ความสำคัญของความปลอดภัยในการทำงาน

ความปลอดภัยในการทำงาน (Occupational Health and Safety) คือ ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งเป็นสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย สุขภาพ และพนักงานในองค์กร เพื่อป้องกันและให้ความคุ้มครองพนักงานในองค์กรไม่ให้ได้รับอันตราย เกิดอุบัติเหตุ และผลกระทบจากการทำงานในสถานประกอบการ

การให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการทำงานถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกองค์กร เนื่องจากสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยจะช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงาน รวมถึงช่วยป้องกันปัญหาด้านสุขภาพจากการทำงานได้ในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะสถานประกอบการที่กำหนดให้ต้องมีจป. วิชาชีพ และมาตรการป้องกันต่าง ๆ ที่กำหนดไว้

 

การรับผิดชอบในการดูแลความปลอดภัยในการทำงาน

การดูแลความปลอดภัยในการทำงานเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในองค์กร และหน้าที่สำคัญของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป. วิชาชีพ) ที่มีบทบาทสำคัญในการวางระบบและกำกับดูแลมาตรการด้านความปลอดภัยให้เกิดขึ้นภายในสถานประกอบการ ซึ่งทำหน้าที่ในการวางแผน ตรวจสอบ และประเมินความเสี่ยงในสถานประกอบการ รวมถึงเสนอแนวทางในการปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงาน

 

สถานประกอบการที่กำหนดให้ต้องมี จป.วิชาชีพ

บัญชีท้ายกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัย ในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 ดังต่อไปนี้ 

บัญชีที่ 1

  1. อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการทำเหมืองตามกฎหมายว่าด้วยแร่
  2. อุตสาหกรรมเกี่ยวกับกิจการปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม
  3. อุตสาหกรรมเกี่ยวกับปิโตรเคมี
  4. อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม
  5. อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการแยกก๊าซธรรมชาติ

 

บัญชีที่ 2

  1. อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์
  2. อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร
  3. อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
  4. อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากยาสูบ
  5. อุตสาหกรรมสิ่งทอ
  6. อุตสาหกรรมเสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกาย
  7. อุตสาหกรรมเครื่องหนัง
  8. อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากไม้
  9. อุตสาหกรรมกระดาษหรือผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากกระดาษ
  10. อุตสาหกรรมการผลิตสารเคมีหรือเคมีภัณฑ์
  11. อุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์หรือเวชภัณฑ์ทางการแพทย์
  12. อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง
  13. อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก
  14. อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแร่อโลหะ
  15. อุตสาหกรรมโลหะหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโลหะ
  16. อุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  17. อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า
  18. อุตสาหกรรมเครื่องจักรหรือเครื่องมือกล
  19. อุตสาหกรรมยานพาหนะ ชิ้นส่วนยานพาหนะ หรืออุปกรณ์เสริมสำหรับยานพาหนะ
  20. อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์
  21. อุตสาหกรรมเครื่องประดับ
  22. อุตสาหกรรมเครื่องดนตรี
  23. อุตสาหกรรมอุปกรณ์กีฬาออกกำลังกาย
  24. อุตสาหกรรมของเล่น
  25. อุตสาหกรรมเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์
  26. อุตสาหกรรมการผลิต การจัดส่ง หรือการจ่ายไฟฟ้า
  27. อุตสาหกรรมการผลิตหรือการบรรจุก๊าซ
  28. อุตสาหกรรมการผลิตถ่านโค้ก
  29. อุตสาหกรรมการผลิต การเก็บ หรือการจำหน่ายไอน้ำ
  30. อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์หรือการเพาะปลูก
  31. สถานีบริการตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
  32. คลังน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
  33. การให้บริการบำบัดน้ำเสียหรือกำจัดของเสียตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
  34. อุตสาหกรรมการนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่
  35. อุตสาหกรรมการแต่งแร่ การขุดแร่รายย่อย หรือการร่อนแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่
  36. การก่อสร้าง การดัดแปลง การซ่อมแซม หรือการรื้อถอนอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
  37. อุตสาหกรรมการขนส่ง
  38. การบริการการเดินอากาศตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ
  39. กิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็นตามกฎหมายว่าด้วยคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น
  40. กิจการโทรคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม
  41. การติดตั้ง การซ่อม หรือการซ่อมบำรุงเครื่องจักร
  42. โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
  43. กิจการนิติบุคคลอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด
  44. ห้างสรรพสินค้า ธุรกิจค้าปลีก หรือธุรกิจค้าส่ง
  45. ศูนย์การจัดประชุมและการแสดงสินค้า
  46. โรงพยาบาล
  47. การทดสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติการทางกายภาพ เคมี ชีวภาพ หรือวิศวกรรม 
  48. การขายและการบำรุงรักษายานยนต์หรือการซ่อมยานยนต์
  49. สวนสัตว์หรือสวนสนุก

 

บัญชีที่ 3

  1. ธุรกิจสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
  2. ธุรกิจหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  3. สหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์
  4. การประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิตหรือการประกันวินาศภัยตาม กฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย
  5. โรงรับจำนำตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำ
  6. โรงถ่ายทำภาพยนตร์หรือละคร
  7. สวนพฤกษศาสตร์
  8. สนามกีฬาหรือการนันทนาการ
  9. สถานที่มีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่าย โดยจัดให้มีการแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง
  10. สำนักงานบริหารของสถานประกอบกิจการตามบัญชี 1 และบัญชี 2

 

Q&E INTERNATIONAL ให้บริการตรวจวัดแสง เสียง และความร้อนโดยจป.วิชาชีพเฉพาะด้าน

การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นส่วนสำคัญของการบริหารจัดการความปลอดภัยในการทำงาน เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น แสงสว่าง เสียงดัง หรือความร้อนในสถานประกอบการ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานได้ หากไม่มีการตรวจสอบและควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

Q&E INTERNATIONAL รับตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อมาตรฐานความปลอดภัย อย่างถูกต้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559

ดำเนินการทดสอบโดยจป. วิชาชีพที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองรายงานการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พร้อมใช้อุปกรณ์ในการตรวจวัดที่แม่นยำและได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด และดำเนินการตรวจวัดครบถ้วนทุกขั้นตอน ตลอดจนรายงานผลพร้อมใช้งานจริง

 

ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง

Call: 095-748-7312, 081-595-3011

LINE ID: @248hrupy

Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 

Email: [email protected]

Share :

ข่าวสารที่น่าสนใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า