อุบัติเหตุในสถานที่ทำงานสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมหรือไซต์งานก่อสร้าง หากองค์กรขาดการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานอย่างเป็นระบบ ดังนั้นจึงมีหนึ่งในบุคลากรสำคัญที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้คือ “จป. วิชาชีพ” หรือ “เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย วิชาชีพ (Safety Officer)” ผู้ที่มีหน้าที่ดูแล ควบคุม และวางแผนมาตรการด้านความปลอดภัยให้กับพนักงานและสถานประกอบการนั่นเอง
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับจป. วิชาชีพให้มากขึ้น ตั้งแต่บทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย ระดับของจป.อาชีพ หรือสถานประกอบการที่กำหนดให้ต้องมีจป. วิชาชีพ ไปจนถึงความสำคัญที่มีต่อการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยในองค์กรให้เป็นไปตามกฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565
จป.วิชาชีพ คืออะไร?
จป. วิชาชีพ คือ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ (Safety Officer) บุคลากรที่ทำหน้าที่หลักในการวางแผน ควบคุม และกำกับดูแลมาตรการด้านความปลอดภัยภายในสถานประกอบการ เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงาน รวมถึงเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ในองค์กรให้เกิดความปลอดภัย
โดยเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้…
- สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย หรือเทียบเท่าตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
- สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี และเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคขั้นสูงมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ และผ่านการประเมิน
- สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี และเป็นผู้ประกอบกิจการเป็นผู้ดำเนินงานไม่น้อยกว่าห้าปีในสถานประกอบกิจการตามบัญชี 1 หรือสถานประกอบกิจการตามบัญชี 2 และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ และผ่านการประเมิน ภายในห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
- เคยเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2549
- เคยเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง ความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2544 และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ และผ่านการประเมิน ภายในห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
- เคยเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง ลงวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 หรือเป็นผู้มีคุณสมบัติเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานตามประกาศของกรรมาธิการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่องความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน ลงวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2526 และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ และผ่านการประเมิน ภายในห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย มีกี่ระดับ?
ตามกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2565 โดยมีการกำหนดระดับของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่
- เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร : ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยในองค์กร
- เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน : ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของพนักงานในส่วนงานของตนให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย
- เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค : ทำหน้าที่ดูแลและให้คำแนะนำด้านความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน เช่น โรงงาน หรือไซต์ก่อสร้าง
- เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคขั้นสูง : ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเชิงลึก สามารถวิเคราะห์และป้องกันความเสี่ยงที่ซับซ้อนได้
- เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ : ทำหน้าที่ควบคุม วางแผน และบริหารมาตรฐานความปลอดภัยขององค์กร
หน้าที่การทำงานหลักของ จป.วิชาชีพ
จป. วิชาชีพมีบทบาทสำคัญในการดูแลและพัฒนาความปลอดภัยในการทำงานภายในองค์กร โดยหน้าที่หลักของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย วิชาชีพ มีดังต่อไปนี้
- ตรวจสอบและเสนอแนะให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
- วิเคราะห์งานเพื่อชี้บ่งอันตรายและกำหนดมาตรการป้องกันและขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัยเสนอต่อนายจ้าง
- ประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
- วิเคราะห์แผนงานหรือโครงการและข้อเสนอแนะของหน่วยงานต่าง ๆ และเสนอแนะมาตรการความปลอดภัยในการทำงานต่อนายจ้าง
- ตรวจประเมินการปฏิบัติงานของสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามแผนงานโครงการหรือมาตรการความปลอดภัยในการทำงาน
- แนะนำให้ลูกจ้างปฏิบัติตามคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ
- แนะนำฝึกสอนและอบรมลูกจ้างเพื่อให้การปฏิบัติงานปลอดจากเหตุอันจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการทำงาน
- ตรวจวัดและประเมินสภาพแวดล้อมหรือดำเนินการร่วมกับบุคคลหรือนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนหรือได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
- เสนอแนะต่อนายจ้างเพื่อให้มีการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานที่เหมาะสมกับสถานประกอบกิจการและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
- ตรวจสอบหาสาเหตุและวิเคราะห์การประสบอันตรายการเจ็บป่วยหรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้าง และรายงานผลการตรวจสอบ รวมทั้งเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อนายจ้างเพื่อป้องกันการเกิดเหตุโดยไม่ชักช้า
- รวบรวมสถิติ วิเคราะห์ข้อมูล และจัดทำรายงานและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการประสบอันตรายการเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้างเสนอต่อนายจ้าง
- ให้ความรู้และอบรมด้านโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแก่ลูกจ้างก่อนเข้าทำงานและระหว่างทำงาน เพื่อทบทวนความรู้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตามที่นายจ้างมอบหมาย
ความสำคัญของความปลอดภัยในการทำงาน
ความปลอดภัยในการทำงาน (Occupational Health and Safety) คือ ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งเป็นสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย สุขภาพ และพนักงานในองค์กร เพื่อป้องกันและให้ความคุ้มครองพนักงานในองค์กรไม่ให้ได้รับอันตราย เกิดอุบัติเหตุ และผลกระทบจากการทำงานในสถานประกอบการ
การให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการทำงานถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกองค์กร เนื่องจากสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยจะช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงาน รวมถึงช่วยป้องกันปัญหาด้านสุขภาพจากการทำงานได้ในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะสถานประกอบการที่กำหนดให้ต้องมีจป. วิชาชีพ และมาตรการป้องกันต่าง ๆ ที่กำหนดไว้
การรับผิดชอบในการดูแลความปลอดภัยในการทำงาน
การดูแลความปลอดภัยในการทำงานเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในองค์กร และหน้าที่สำคัญของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป. วิชาชีพ) ที่มีบทบาทสำคัญในการวางระบบและกำกับดูแลมาตรการด้านความปลอดภัยให้เกิดขึ้นภายในสถานประกอบการ ซึ่งทำหน้าที่ในการวางแผน ตรวจสอบ และประเมินความเสี่ยงในสถานประกอบการ รวมถึงเสนอแนวทางในการปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงาน
สถานประกอบการที่กำหนดให้ต้องมี จป.วิชาชีพ
บัญชีท้ายกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัย ในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 ดังต่อไปนี้
บัญชีที่ 1
- อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการทำเหมืองตามกฎหมายว่าด้วยแร่
- อุตสาหกรรมเกี่ยวกับกิจการปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม
- อุตสาหกรรมเกี่ยวกับปิโตรเคมี
- อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม
- อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการแยกก๊าซธรรมชาติ
บัญชีที่ 2
- อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์
- อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร
- อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
- อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากยาสูบ
- อุตสาหกรรมสิ่งทอ
- อุตสาหกรรมเสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกาย
- อุตสาหกรรมเครื่องหนัง
- อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากไม้
- อุตสาหกรรมกระดาษหรือผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากกระดาษ
- อุตสาหกรรมการผลิตสารเคมีหรือเคมีภัณฑ์
- อุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์หรือเวชภัณฑ์ทางการแพทย์
- อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง
- อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก
- อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแร่อโลหะ
- อุตสาหกรรมโลหะหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโลหะ
- อุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า
- อุตสาหกรรมเครื่องจักรหรือเครื่องมือกล
- อุตสาหกรรมยานพาหนะ ชิ้นส่วนยานพาหนะ หรืออุปกรณ์เสริมสำหรับยานพาหนะ
- อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์
- อุตสาหกรรมเครื่องประดับ
- อุตสาหกรรมเครื่องดนตรี
- อุตสาหกรรมอุปกรณ์กีฬาออกกำลังกาย
- อุตสาหกรรมของเล่น
- อุตสาหกรรมเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์
- อุตสาหกรรมการผลิต การจัดส่ง หรือการจ่ายไฟฟ้า
- อุตสาหกรรมการผลิตหรือการบรรจุก๊าซ
- อุตสาหกรรมการผลิตถ่านโค้ก
- อุตสาหกรรมการผลิต การเก็บ หรือการจำหน่ายไอน้ำ
- อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์หรือการเพาะปลูก
- สถานีบริการตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง
- คลังน้ำมันเชื้อเพลิงตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
- การให้บริการบำบัดน้ำเสียหรือกำจัดของเสียตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
- อุตสาหกรรมการนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่
- อุตสาหกรรมการแต่งแร่ การขุดแร่รายย่อย หรือการร่อนแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่
- การก่อสร้าง การดัดแปลง การซ่อมแซม หรือการรื้อถอนอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
- อุตสาหกรรมการขนส่ง
- การบริการการเดินอากาศตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ
- กิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็นตามกฎหมายว่าด้วยคลังสินค้า ไซโล และห้องเย็น
- กิจการโทรคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม
- การติดตั้ง การซ่อม หรือการซ่อมบำรุงเครื่องจักร
- โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม
- กิจการนิติบุคคลอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด
- ห้างสรรพสินค้า ธุรกิจค้าปลีก หรือธุรกิจค้าส่ง
- ศูนย์การจัดประชุมและการแสดงสินค้า
- โรงพยาบาล
- การทดสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติการทางกายภาพ เคมี ชีวภาพ หรือวิศวกรรม
- การขายและการบำรุงรักษายานยนต์หรือการซ่อมยานยนต์
- สวนสัตว์หรือสวนสนุก
บัญชีที่ 3
- ธุรกิจสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
- ธุรกิจหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
- สหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์
- การประกันชีวิตตามกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิตหรือการประกันวินาศภัยตาม กฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย
- โรงรับจำนำตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำ
- โรงถ่ายทำภาพยนตร์หรือละคร
- สวนพฤกษศาสตร์
- สนามกีฬาหรือการนันทนาการ
- สถานที่มีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่าย โดยจัดให้มีการแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง
- สำนักงานบริหารของสถานประกอบกิจการตามบัญชี 1 และบัญชี 2
Q&E INTERNATIONAL ให้บริการตรวจวัดแสง เสียง และความร้อนโดยจป.วิชาชีพเฉพาะด้าน
การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นส่วนสำคัญของการบริหารจัดการความปลอดภัยในการทำงาน เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น แสงสว่าง เสียงดัง หรือความร้อนในสถานประกอบการ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานได้ หากไม่มีการตรวจสอบและควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
Q&E INTERNATIONAL รับตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อมาตรฐานความปลอดภัย อย่างถูกต้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559
ดำเนินการทดสอบโดยจป. วิชาชีพที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองรายงานการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พร้อมใช้อุปกรณ์ในการตรวจวัดที่แม่นยำและได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด และดำเนินการตรวจวัดครบถ้วนทุกขั้นตอน ตลอดจนรายงานผลพร้อมใช้งานจริง
ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง
Call: 095-748-7312, 081-595-3011
LINE ID: @248hrupy
Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Email: [email protected]








