“Cleanroom Suit” หรือ “Cleanroom Garment” หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าชุดคลีนรูม คือ เครื่องแต่งกายที่ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้ปฏิบัติงานหรือบุคลากรที่ทำงานภายในห้องปลอดเชื้อ ห้องสะอาด หรือห้องคลีนรูม (Cleanroom) ซึ่งทำหน้าที่ในการป้องกันการแพร่กระจายสิ่งปนเปื้อนจากมนุษย์เข้าสู่ห้องคลีนรูม
เนื่องจาก “มนุษย์” คือแหล่งที่มาของสิ่งปนเปื้อน (Contaminants) ที่สามารถส่งผลกระทบต่อความสะอาดของห้องคลีนรูมหรือห้องปลอดเชื้อได้ ไม่ว่าจะเป็นเศษผิวหนังที่หลุดลอก เส้นผม เหงื่อ แบคทีเรียที่ปะปนมากับอากาศ ฝุ่นละอองจากเสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งไฟฟ้าสถิตที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของร่างกาย ซึ่งอนุภาคเหล่านี้เพียงแค่จำนวนเล็กน้อยก็สามารถสร้างความเสียหายมหาศาลให้กับกระบวนการผลิตหรือการทำงานในห้องคลีนรูมที่มีความละเอียดอ่อนสูงได้
ดังนั้นการสวมใส่ชุดคลีนรูม (Cleanroom Suit) จึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันอีกหนึ่งชั้นที่ช่วยป้องกันอนุภาคปนเปื้อนและรักษาระดับความสะอาดภายในห้องคลีนรูม รวมถึงช่วยป้องกันความปลอดภัยต่อตัวผู้ปฏิบัติงานอีกด้วยนั่นเอง
- อ่านเพิ่มเติมเรื่อง: สาเหตุและที่มาของสิ่งปนเปื้อน (Contaminants) ในห้องคลีนรูม (Cleanroom)
ความสำคัญของชุดคลีนรูม (Cleanroom Suit)
การทำงานภายในห้องปลอดเชื้อ หรือคลีนรูม (Cleanroom) ไม่ว่าจะในอุตสาหกรรมทางการแพทย์ อาหาร ยา หรืออิเล็กทรอนิกส์ ล้วนแต่ต้องการสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวดทั้งอุณหภูมิ ความชื้น ความดัน และอนุภาคในอากาศ เพื่อให้การผลิตหรือการทดลองสามารถดำเนินไปได้อย่างสะอาดและปลอดภัย
การสวมใส่ชุดคลีนรูม (Cleanroom Suit) ที่ออกแบบมาเพื่อสวมใส่ในห้องปลอดเชื้อหรือพื้นที่ที่ต้องการการควบคุมความสะอาดอย่างเข้มงวด เป็นการช่วยลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนจากมนุษย์ไม่ให้หลุดรอดออกไปสู่สภาพแวดล้อมภายในห้องคลีนรูม ลดการสร้างความเสียหายต่อกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์
รวมทั้งมีคุณสมบัติในการป้องกันการเกิดและสะสมของประจุไฟฟ้าจากการสวมใส่ชุดคลีนรูม ไฟฟ้าสถิต (ESD Suit) เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิต (Anti-Static) และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดประกายไฟในกระบวนการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ที่มีความอ่อนไหวสูงได้
ทำไมต้องสวมชุดคลีนรูมในห้องปฏิบัติการ
เนื่องจากห้องปฏิบัติการ ห้องปลอดเชื้อ หรือห้องคลีนรูมต้องการการควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างเข้มงวด ซึ่งความเสี่ยงจากการปนเปื้อนสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาจากแหล่งกำเนิดมากมายรวมถึงจาก “มนุษย์” เองด้วย เพราะในแต่ละวันร่างกายของมนุษย์มีการปนเปื้อนมากมายทั้งจากเซลล์ผิวหนัง เส้นผม เหงื่อ และละอองฝอยจากการหายใจ
ดังนั้นการใส่ชุดคลีนรูมจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับการทำงานในห้องคลีนรูม (Cleanroom) เพื่อป้องกันไม่ให้อนุภาคเล็ก ๆ จากร่างกายมนุษย์แพร่กระจายออกสู่สภาพแวดล้อมในห้องปฏิบัติการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทดลองหรือการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ต้องการความสะอาดระดับสูง รวมถึงเป็นการช่วยรักษาความสะอาดของห้องปลอดเชื้อตามมาตรฐานระดับสากล เช่น ISO 14644 หรือ GMP PIC/S อีกด้วยนั่นเอง
ส่วนประกอบของชุดคลีนรูม
ชุดคลีนรูม (Cleanroom Suit/ Cleanroom Garment) โดยส่วนใหญ่เป็นชุดที่ผลิตจากเส้นใยชนิดพอลิโพรไพลีน (Polypropylene) ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่มีเส้นใยเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบเพื่อไม่ให้มีฝุ่นหรือเชื้อโรคซอกซอนอยู่ตามเนื้อผ้า ไม่เป็นขุยและทำให้ฝุ่นเกาะตัวง่าย ซึ่งมีทั้งแบบใช้ซ้ำได้และแบบใช้แล้วทิ้งตามการใช้ที่แตกต่างกันออกไป
โดยส่วนประกอบสำคัญของชุดคลีนรูมประกอบไปด้วยอุปกรณ์หลายชิ้นที่สวมใส่เพื่อช่วยป้องกันการปนเปื้อนในห้องปลอดเชื้อ โดยมีส่วนประกอบหลัก ได้แก่
- หมวก (Cap) : หมวกคลุมศีรษะและเส้นผมภายใต้หมวกคลุม (Hood) ที่ผลิตจากผ้าโพลีเอสเตอร์ สวมใส่เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นผม หนังศีรษะ หรือรังแคหลุดร่วงในห้องปลอดเชื้อ
- หน้ากากอนามัย (Face Mask) : หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ (Medical Mask/ Surgical Mask) ใช้สำหรับปิดปากและจมูกเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของละอองฝอย น้ำลาย น้ำมูก เชื้อโรค หรืออนุภาคขนาดเล็กที่ออกมาจากการหายใจและการพูดของผู้ปฏิบัติงาน
- หมวกคลุม (Hood) : ชุดคลุมบางรุ่นอาจรวมส่วนของหมวกคลุม (Hood) ไว้ด้วยเพื่อให้ครอบคลุมตั้งแต่ศีรษะลงมาถึงลำคออย่างมิดชิด เพื่อลดโอกาสรั่วไหลของสิ่งปนเปื้อนออกจากร่างกาย
- ถุงมือ (Gloves) : ถุงมือตามประเภทการใช้งานของแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันการสัมผัสกับอุปกรณ์ สารเคมี ผลิตภัณฑ์ หรือพื้นที่ทำงานโดยตรง รวมถึงช่วยป้องกันความปลอดภัยสำหรับผู้ปฏิบัติงานจากสารเคมีหรืออุปกรณ์ที่เป็นอันตรายใน Cleanroom
- ชุดคลุม (Coveralls) : ชุดคลุมทั้งตัวลักษณะคล้ายชุดหมีที่ถูกออกแบบมาเฉพาะสำหรับการใช้งานในห้องคลีนรูม โดยมีการตัดเย็บที่พอดีกับร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้าซึ่งมีช่องเปิดที่ยืดหยุ่นกระชับตามข้อมือและข้อเท้าให้สะดวกต่อการเคลื่อนไหว รวมถึงช่วยป้องกันฝุ่น อนุภาค และเชื้อโรคต่าง ๆ ภายในห้องปลอดเชื้อ
- ถุงสวมรองเท้า (Shoe Covers) : ถุงครอบรองเท้าสำหรับป้องกันสิ่งปนเปื้อนก่อนสวมรองเท้าบูทเพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งปนเปื้อนบนตัวมนุษย์หลุดร่วงลงบนพื้นห้องคลีนรูม รวมถึงป้องกันไม่ให้ลื่นขณะเคลื่อนไหวทั้งพื้นที่เปียกและแห้ง
- รองเท้าบูท (Boots) : รองเท้าบูทที่ผ่านการฆ่าเชื้อก่อนใช้งาน เพื่อช่วยป้องกันการนำสิ่งสกปรกจากพื้นหรือรองเท้าเข้าสู่พื้นที่ Cleanroom
ประเภทของชุดคลีนรูม
ชุดคลีนรูมมีหลายประเภทที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานตามแต่ละอุตสาหกรรม โดยทั่วไปมีทั้งแบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable) และแบบใช้ซ้ำได้ (Reusable) โดยแบบใช้ครั้งเดียวส่วนใหญ่มักใช้ในอุตสาหกรรมทางการแพทย์ที่มีการสัมผัสเชื้อโรคที่เป็นอันตรายและสามารถแพร่กระจายได้ เช่น ชุด PPE
หรืออีกแบบได้แก่ชุดคลีนรูม ไฟฟ้าสถิต ESD (Electrostatic Discharge) ที่มีคุณสมบัติป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิต (Anti-Static) สำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์หรือเซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น
โดยลักษณะของชุดคลีนรูมส่วนมากจะมีลักษณะคล้ายชุดหมี (Coverall Suit หรือ Bunny Suit) ที่มีการตัดเย็บชุดครอบคลุมทั้งร่างกายตั้งแต่ส่วนหัวไปจนถึงเท้าและมีหมวกคลุมศีรษะ หรือส่วนปิดบังจนเหลือแค่ตาหรือใบหน้าตามแต่ลักษณะการใช้งานหรือความต้องการรักษาความสะอาดในห้องคลีนรูม
ป้องกันการปนเปื้อนด้วยบริการทดสอบห้องคลีนรูม โดย “Q&E INTERNATIONAL”
การใส่ชุดคลีนรูมที่เหมาะสมเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการป้องกันการปนเปื้อนในห้องปลอดเชื้อหรือห้องคลีนรูม แต่อีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามคือการ “ทดสอบห้องคลีนรูม” เพื่อตรวจสอบและประเมินว่าห้องคลีนรูมของคุณมีการไหลเวียนอากาศ การควบคุมค่าพารามิเตอร์ที่เหมาะสม หรือการกรองอนุภาคในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เพราะหากสภาพแวดล้อมไม่เป็นไปตามที่มาตรฐานกำหนดย่อมส่งผลต่อความปลอดภัยต่อการดำเนินงาน ผลิตภัณฑ์ และผู้ปฏิบัติงานได้นั่นเอง
ดังนั้นกระบวนการทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ขาดไม่ได้ไม่ว่าจะสำหรับห้องคลีนรูมที่เพิ่งสร้างใหม่ หรือผ่านการใช้งานมาแล้ว เพื่อตรวจสอบความสะอาดของห้องคลีนรูมให้ได้ตามที่มาตรฐานกำหนดของแต่ละอุตสาหกรรม
“Q&E INTERNATIONAL” เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบห้องคลีนรูมที่ได้มาตรฐานสากลในการทดสอบห้องคลีนรูม Cleanroom Performance Testing (CPT) โดยสถาบันที่มีชื่อเสียง NEBB ซึ่งครอบคลุมการทดสอบตั้งแต่การทดสอบเบื้องต้น (Primary Tests) และการทดสอบเพิ่มเติม (Secondary Tests)
- คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: 9 ขั้นตอนการทดสอบห้องคลีนรูม (CPT) กับ Q&E INTERNATIONAL
หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom) เพื่อยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยขององค์กร Q&E INTERNATIONAL คือผู้ให้บริการที่คุณไว้วางใจได้!
ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง
Call: 095-748-7312, 081-595-3011
LINE ID: @248hrupy
Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Email: [email protected], [email protected]







