ในสถานประกอบการไม่ว่าจะอาคารสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม หรือห้องปฏิบัติการ “สภาพแวดล้อมในการทำงาน” เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน หลายครั้งที่ความร้อนจากเครื่องจักร เสียงดังเกินมาตรฐาน หรือแสงสว่างที่ไม่เพียงพอจนทำลายสายตา ล้วนแต่เป็นอุปสรรคที่บั่นทอนสุขภาพและลดประสิทธิภาพการทำงานลง
ดังนั้น “การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทํางาน” จึงเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อตรวจวัดและประเมินระดับความเสี่ยงของสภาพแวดล้อมเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน เช่น ระดับความร้อน ความเข้มของแสงสว่าง และระดับความดังของเสียงให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย
ทำไมต้องตรวจวัดสภาพแวดล้อมในสถานประกอบการ
การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทํางาน คือ การดูแล ตรวจสอบ และปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับสถานประกอบการให้ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงชุมชนข้างเคียง ซึ่งครอบคลุมการตรวจวัด อาทิ ความร้อน แสงสว่าง เสียง ฯลฯ เพื่อตรวจสอบมาตรฐานการดำเนินงานของสถานประกอบการว่าเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
เนื่องจากสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น อุณหภูมิความร้อนที่สูงเกินไปอาจทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดอาการอ่อนเพลีย เหงื่อออกมาก เป็นลมแดด หรือแสงสว่างที่น้อยเกินไปอาจทำให้สายตาล้า มองเห็นไม่ชัด จนนำไปสู่อุบัติเหตุจากการทำงาน และเสียงดังจากเครื่องจักรเกินมาตรฐานอาจทำให้สูญเสียการได้ยินหรือเกิดความเครียดสะสมได้ในระยะยาว
ดังนั้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพของพนักงานและความปลอดภัยในการทำงาน ทางกฎกระทรวงจึงได้กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 เพื่อให้นายจ้างมีหน้าที่ในการจัดและดูแลสถานประกอบการรวมถึงลูกจ้างให้มีสภาพการทำงานและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและลดความเสี่ยงอันตรายจากการดำเนินงาน
ควรทำการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทํางาน ปีละกี่ครั้ง
นายจ้างหรือองค์กรจำเป็นต้องทำการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทํางาน “อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง” ตามกฎหมายกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559
และทำการตรวจวัดโดยผู้ให้บริการในการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับความร้อน แสงสว่าง หรือเสียงภายในสถานประกอบกิจการ ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองรายงานการตรวจวัดกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตามกฎกระทรวงฯ หรือขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 9 หรือมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554
ข้อกำหนดด้านความร้อน แสงสว่าง เสียง ในสถานประกอบการตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2559
กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 ระบุว่านายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทํางาน เพื่อวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียงภายในสถานประกอบการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสภาพการทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทำงานอยู่ในสภาวะที่ปลอดภัยและไม่กระทบต่อสุขภาพ ซึ่งมีการระบุหมวดหมู่ดังต่อไปนี้
- หมวด 1 : ความร้อน
- หมวด 2 : แสงสว่าง
- หมวด 3 : เสียง
- หมวด 4 : อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
- หมวด 5 : การตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงาน
- หมวด 6 : การตรวจสุขภาพและการรายงานผล
การตรวจวัดระดับความร้อน (Wet Bulb Globe Temperature)
การตรวจวัดระดับความร้อน (Wet Bulb Globe Temperature) หรือการตรวจวัดความร้อนในบริเวณพื้นที่ทำงานของลูกจ้าง เพื่อประเมินอุณหภูมิที่ร่างกายได้รับจากสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจมีผลกระทบจากความร้อน เช่น เป็นลมแดด อ่อนเพลีย ร่างกายขาดน้ำเฉียบพลัน ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือช็อคหมดสติจนเป็นเป็นอันตรายต่อร่างกายและชีวิต
โดยใช้เครื่องตรวจวัดดัชนีความร้อน WBGT ที่เรียกว่า “Heat Street Monitor” ในการตรวจวัด และมีพารามิเตอร์ที่จำเป็นต่อการตรวจวัด ได้แก่ WBGT (in/out), WBGT, TNWB, TDB หรือ TGT เป็นต้น ทั้งนี้ค่าพารามิเตอร์ขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่ใช้ตรวจวัด
ซึ่งนายจ้างต้องควบคุมและรักษาระดับความร้อนภายในสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างทํางานอยู่มิให้เกินมาตรฐาน ดังต่อไปนี้
- งานที่ลูกจ้างทําในลักษณะ “งานเบา” ต้องมีมาตรฐานระดับความร้อนไม่เกินค่าเฉลี่ยอุณห ภูมิเวตบัลบ์โกลบ 34 องศาเซลเซียส (°C)
- งานที่ลูกจ้างทําในลักษณะ “งานปานกลาง” ต้องมีมาตรฐานระดับความร้อนไม่เกินค่าเฉลี่ยอุณหภูมิเวตบัลบ์โกลบ 32 องศาเซลเซียส (°C)
- งานที่ลูกจ้างทําในลักษณะ “งานหนัก” ต้องมีมาตรฐานระดับความร้อนไม่เกินค่าเฉลี่ยอุณห ภูมิเวตบัลบ์โกลบ 30 องศาเซลเซียส (°C)
การตรวจวัดระดับความเข้มแสง (Lighting Level Test)
การตรวจวัดระดับความเข้มแสง (Lighting Level Test) หรือการตรวจวัดแสงสว่างบริเวณพื้นที่ทำงาน ซึ่งเป็นการตรวจวัดระดับแสงสว่างในสถานประกอบกิจการเพื่อประเมินระดับแสงที่เพียงพอต่อการทำงานและเหมาะสมกับลักษณะของงาน รวมถึงไม่ให้เกิดความเสี่ยงอันตรายต่อดวงตา ตลอดจนการทำงานในพื้นที่นั้น
โดยใช้เครื่องตรวจวัดความเข้มแสง (Lux Meter) และมีหน่วยวัดความเข้มของแสงสว่างเป็นลักซ์ (Lux)
ซึ่งทางกฎกระทรวงได้กำหนดค่าความเข้มของแสงที่เหมาะสมตามประเภทของงานให้ตรงตาม มาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน เช่น บริเวณพื้นที่ทั่วไปภายในสถานประกอบการ หรือบริเวณพื้นที่ลูกจ้างทำงานโดยใช้สายตาเฉพาะจุด ตามตารางข้างต้น
ข้อมูลอ้างอิง: ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง, จาก https://greenoffice.rsu.ac.th/law/law4_2.pdf
การตรวจวัดระดับเสียง (Sound Level Test)
การตรวจวัดระดับเสียง (Sound Level Test) หรือการตรวจวัดระดับเสียงในการทำงาน ซึ่งเป็นการตรวจวัดและประเมินระดับความดังเสียงในบริเวณพื้นที่ทำงานของสถานประกอบการโดยเฉพาะจากเครื่องจักรหรือกระบวนการผลิต การตรวจวัดเสียงสะสม (Noise Dosimeter) ใช้สำหรับวัดการสัมผัสเสียงส่วนบุคคล (Personal Noise Dosimeter) สามารถบันทึกเสียงที่ผู้ปฏิบัติงานได้สัมผัสตลอดระยะเวลาการทำงาน เพื่อป้องอันตรายที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของพนักงาน เช่น การสูญเสียการได้ยินหรือความเครียดจากเสียงรบกวน
โดยใช้เครื่องมือวัดปริมาณเสียงสะสม (Sound Level Meter) ในการตรวจวัดและใช้หน่วยเดซิเบลเอ (dBA) เป็นค่าดัชนี โดยตรวจวัดทั้งแบบเฉลี่ยตลอดระยะเวลาทำงาน (Time Weighted Average: TWA) และระดับเสียงสูงสุด (Peak Sound Pressure Level) ของเสียงกระทบกระแทก (Impact or Impulse Noise)
ข้อมูลอ้างอิง: กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559, จาก https://ubonratchathani.labour.go.th/attachments/article/96/กฎกระทรวง%20เกี่ยวกับความร้อน%20แสงสว่าง%20และเสียง%20พ.ศ%202559.PDF
Q&E INTERNATIONAL ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อมาตรฐานความปลอดภัย
“Q&E INTERNATIONAL” ให้บริการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง อย่างถูกต้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการ
ดำเนินการตรวจวัดโดยจป.วิชาชีพ และขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองรายงานการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พร้อมใช้อุปกรณ์ในการตรวจวัดที่แม่นยำและได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด และดำเนินการตรวจวัดครบถ้วนทุกขั้นตอน ตลอดจนรายงานผลพร้อมใช้งานจริง
สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อเรา! เพราะสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี คือความปลอดภัยของพนักงานและสถานประกอบการของคุณ และยังสะท้อนถึงความใส่ใจขององค์กรต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของพนักงานอย่างแท้จริง
- แนะนำบทความที่น่าสนใจ : การทดสอบความเข้มแสง (Lighting Level) และระดับเสียง (Sound Level) ในห้องคลีนรูม
ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง
Call: 095-748-7312, 081-595-3011
LINE ID: @248hrupy
Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Email: [email protected], [email protected]










