02-019-7296 | 081-595-3011 | 095-748-7312

บทบาทสำคัญของห้องแรงดันบวก vs ห้องแรงดันลบ ในโรงพยาบาล

บทบาทสำคัญของห้องแรงดันบวก vs ห้องแรงดันลบ ในโรงพยาบาล

สภาพแวดล้อมภายในโรงพยาบาลให้ความสำคัญกับการแพร่กระจายของเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนเป็นหลัก เพื่อรักษาความสะอาดของพื้นที่ทางการแพทย์ รวมถึงป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคสู่ภายนอกอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูงอย่างห้องปลอดเชื้อ ห้องผ่าตัด หรือห้องพักผู้ป่วย ซึ่งห้องเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้ควบคุมสภาพแวดล้อมและลดการปนเปื้อนให้มากที่สุด

หนึ่งสิ่งสำคัญที่เป็นปัจจัยในการควบคุมสภาพแวดล้อมคือ “ความดันอากาศ (Air Pressure)” ซึ่งเป็นกลไกหลักในการกำหนดทิศทางการไหลเวียนของอากาศภายในโรงพยาบาล โดยอาศัยหลักการความแตกต่างของแรงดันที่สามารถจำแนกออกเป็นสองประเภท ได้แก่ ห้องแรงดันบวก (Positive Pressure Room) และห้องแรงดันลบ (Negative Pressure Room) เพื่อลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนและควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค

ดังนั้นการเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างห้องแรงดันทั้งสองประเภทนี้จึงมีความสำคัญเพื่อเข้าใจถึงหลักการทำงาน และการเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางการแพทย์ การป้องกันและการแพร่กระจายของเชื้อโรคภายในโรงพยาบาลนั่นเอง

 

หลักการทำงานห้องแรงดันบวก (Positive Pressure Room)

หลักการทำงานห้องแรงดันบวก (Positive Pressure Room)

ห้องแรงดันบวก (Positive Pressure Room) คือห้องที่มีการควบคุมให้แรงดันอากาศภายในห้องสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ โดยใช้พัดลมเป็นตัวสร้างแรงดันอากาศเข้าสู่ภายในห้อง รวมถึงมีระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูงเพื่อกรองสิ่งปนเปื้อน เมื่อแรงดันภายในสูงกว่าภายนอกจะส่งผลให้อากาศไหลออกสู่นอกห้องเสมอ ซึ่งหลักการนี้ช่วยป้องกันการปนเปื้อนจากอากาศภายนอกที่อาจมีฝุ่นละอองหรือสิ่งปนเปื้อนเข้าสู่ภายในห้อง จึงเหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความสะอาดสูง เช่น ห้องผ่าตัด ห้องปลอดเชื้อ หรือห้องคลีนรูม (Cleanroom) เป็นต้น

 

หลักการทำงานห้องแรงดันลบ (Negative Pressure Room)

หลักการทำงานห้องแรงดันลบ (Negative Pressure Room)

ห้องแรงดันลบ (Negative Pressure Room) คือห้องที่มีการควบคุมให้แรงดันอากาศภายในห้องต่ำกว่าพื้นที่โดยรอบ ทำให้อากาศจากภายนอกไหลเข้าสู่ภายในห้อง และไม่ให้อากาศภายในที่อาจมีเชื้อโรคไหลออกสู่พื้นที่อื่นเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคทางอากาศ สารอันตราย หรือฝุ่นละอองจากภายในห้องแพร่กระจายออกสู่ภายนอก โดยอากาศที่ถูกดูดออกจะผ่านการฆ่าเชื้อและกรองอากาศก่อนปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเหมาะสำหรับห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อ ห้อง ICU ความดันลบ หรือพื้นที่คัดกรองผู้ป่วย เป็นต้น

 

เปรียบเทียบความต่างห้องแรงดันบวก vs ห้องแรงดันลบ

เปรียบเทียบความต่างห้องแรงดันบวก vs ห้องแรงดันลบ

  • ความดันอากาศ
    • ห้องแรงดันบวก  : ถูกออกแบบให้มีความดันอากาศภายในสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ ส่งผลให้อากาศสะอาดจากภายในถูกผลักออกไปด้านนอกอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดโอกาสที่เชื้อโรคหรือสิ่งปนเปื้อนจากภายนอกจะเข้าสู่ภายในห้อง
    • ห้องแรงดันลบ : ถูกออกแบบให้มีความดันอากาศภายในต่ำกว่าพื้นที่โดยรอบ ทำให้อากาศจากภายนอกไหลเข้าสู่ภายในห้องเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคทางอากาศออกสู่ภายนอกห้อง

  • ทิศทางการไหลของอากาศ
    • ห้องแรงดันบวก : อากาศจะไหลจากภายในห้องออกสู่ภายนอกห้องเสมอ เมื่อมีการเปิดประตูหรือมีช่องว่างอากาศภายในจะพุ่งตัวออกไปเพื่อทำหน้าที่ป้องกันสิ่งปนเปื้อนเข้าสู่ภายในห้อง
    • ห้องแรงดันลบ : อากาศจะไหลจากภายนอกห้องเข้าสู่ภายในห้องเสมอ ทิศทางลมจะพุ่งตรงไปยังจุดดูดอากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศที่มีสิ่งปนเปื้อนจากภายในไหลย้อนกลับไปสู่โถงทางเดินหรือพื้นที่สะอาดภายนอก

  • วัตถุประสงค์ในการใช้งาน
    • ห้องแรงดันบวก : ป้องกันพื้นที่ภายในห้องจากสิ่งปนเปื้อนภายนอก เพื่อรักษาความสะอาดและความปลอดภัยในพื้นที่ที่ต้องการสภาพแวดล้อมปลอดเชื้อ
    • ห้องแรงดันลบ : ป้องกันเชื้อโรคจากภายในแพร่กระจายสู่ภายนอก เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคหรือสิ่งปนเปื้อนจากภายในห้องไปยังพื้นที่อื่น

  • ประโยชน์ในการใช้งาน
    • ห้องแรงดันบวก : เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ป่วยภายในห้อง ลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคในอากาศ รักษามาตรฐานความสะอาดของห้องคลีนรูม (Cleanroom)
    • ห้องแรงดันลบ : ป้องกันและลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคให้ปลอดภัย ปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และผู้อื่นที่อยู่ในพื้นที่ภายในโรงพยาบาล 

  • ตัวอย่างการใช้งาน
    • ห้องแรงดันบวก : ห้องผ่าตัด ห้องปลอดเชื้อ ห้องฉุกเฉิน ห้องเตรียมยา ห้องคลอด 
    • ห้องแรงดันลบ : ห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อ ห้องผู้ป่วยโควิด-19 พื้นที่คัดกรองผู้ป่วย ห้องชันสูตรศพ

 

พื้นที่ที่ใช้ห้องแรงดันบวกและห้องแรงดันลบในโรงพยาบาล

ภายในโรงพยาบาลแต่ละพื้นที่จะถูกออกแบบให้ใช้ระบบแรงดันอากาศที่แตกต่างกันตามลักษณะการใช้งาน เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคและรักษาความปลอดภัยทางการแพทย์ โดยมีการแบ่งพื้นที่ตามลักษณะการใช้งาน ดังตัวอย่างเช่น

พื้นที่ที่นิยมใช้ห้องแรงดันบวก

  • ห้องผ่าตัด
  • ห้องคลอด
  • ห้องฉุกเฉิน
  • ห้องปลอดเชื้อ
  • ห้องเตรียมยาและเวชภัณฑ์

 

พื้นที่ที่นิยมใช้ห้องแรงดันลบ

  • ห้องรอผู้ป่วยฉุกเฉิน
  • ห้องผู้ป่วยโควิด-19
  • ห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อทางอากาศ
  • พื้นที่คัดกรองผู้ป่วย
  • ห้องชันสูตรศพ

 

การเลือกแรงดันอากาศให้กับห้องปลอดเชื้อ (Cleanroom)

การออกแบบห้องปลอดเชื้อ หรือห้องคลีนรูม (Cleanroom) จำเป็นต้องคำนึงถึงการกำหนดค่าความดันอากาศให้เหมาะสมกับความต้องการในการใช้งานของแต่ละอุตสาหกรรม หากต้องการป้องกันสิ่งปนเปื้อนเข้าสู่พื้นที่ภายในห้องคลีนรูมควรใช้ระบบห้องแรงดันบวก เพื่อป้องกันผลิตภัณฑ์หรือผู้ป่วยจากการปนเปื้อนของอากาศภายนอก 

ในทางกลับกันหากต้องการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคไม่ให้กระจายออกสู่พื้นที่ภายนอกห้อง ควรใช้ระบบห้องแรงดันลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี สารพิษ เชื้อโรค หรือสารอันตรายที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

การทดสอบแรงดันอากาศห้องคลีนรูมสำคัญอย่างไร

การทดสอบแรงดันอากาศภายในห้องคลีนรูม (Room Pressurization Test) เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยยืนยันว่าระบบควบคุมแรงดันอากาศภายในห้องคลีนรูมยังคงทำงานได้ตามมาตรฐาน เพื่อยืนยันว่าอากาศภายในห้องมีการไหลเวียนตามทิศทางที่ออกแบบไว้ และลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนทั้งภายในและภายนอกพื้นที่ 

โดยจะต้องมีค่าแรงดันบวกหรือแรงดันลบอยู่ในระดับที่เหมาะสม เช่น ห้องแรงดันบวก (Positive Pressure Room) ต้องป้องกันไม่ให้อากาศจากภายนอกเข้ามาปนเปื้อนภายในห้อง หรือห้องแรงดันลบ (Negative Pressure Room) ต้องป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคออกไปปนเปื้อนกับสิ่งแวดล้อมภายนอก 

Q&E INTERNATIONAL” ให้บริการทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) โดยทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมเครื่องมือที่ได้มาตรฐานสากล รองรับข้อกำหนดห้องคลีนรูม ISO 14644 โดยอ้างอิงการทดสอบตาม Cleanroom Performance Testing (CPT) จาก NEBB พร้อมให้บริการตรวจวัดและรับรองผลทั้งห้องแรงดันบวกและห้องแรงดันลบ เพื่อให้สถานพยาบาลหรือสถานประกอบการของคุณเป็นห้องปลอดเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

ครอบคลุมการทดสอบทั้งหมด 9 ขั้นตอน คลิกดูเพิ่มเติม

  1. การทดสอบปริมาณการไหลเวียนของอากาศ (Airflow Velocity, Volume and Air Change Rate) 
  2. การทดสอบรอยรั่วของแผ่นกรองอากาศ (HEPA Filter Installation Leak Test, Overall Leak Test) 
  3. การทดสอบแรงดันอากาศภายในห้อง (Room Pressurization Test)
  4. การทดสอบจำนวนอนุภาคในอากาศ (Airborne Particle Count Test)
  5. การทดสอบความขนานของกระแสลม (Airflow Parallelism Test) และการทดสอบการแสดงทิศทางการไหลของอากาศ (Airflow Visualization Test) 
  6. การทดสอบการฟื้นตัวของระดับความสะอาดภายในห้อง (Room Recovery Test)
  7. การทดสอบอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (Temperature and Relative Humidity Test)
  8. การทดสอบระดับความเข้มแสงภายในห้อง (Lighting Level Test)
  9. การทดสอบระดับเสียงภายในห้อง (Sound Level Test)

 

ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง

Call: 095-748-7312, 081-595-3011

LINE ID: @248hrupy

Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 

Email: [email protected], [email protected]

Share :

ข่าวสารที่น่าสนใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า