สภาพแวดล้อมภายในโรงพยาบาลให้ความสำคัญกับการแพร่กระจายของเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนเป็นหลัก เพื่อรักษาความสะอาดของพื้นที่ทางการแพทย์ รวมถึงป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคสู่ภายนอกอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูงอย่างห้องปลอดเชื้อ ห้องผ่าตัด หรือห้องพักผู้ป่วย ซึ่งห้องเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้ควบคุมสภาพแวดล้อมและลดการปนเปื้อนให้มากที่สุด
หนึ่งสิ่งสำคัญที่เป็นปัจจัยในการควบคุมสภาพแวดล้อมคือ “ความดันอากาศ (Air Pressure)” ซึ่งเป็นกลไกหลักในการกำหนดทิศทางการไหลเวียนของอากาศภายในโรงพยาบาล โดยอาศัยหลักการความแตกต่างของแรงดันที่สามารถจำแนกออกเป็นสองประเภท ได้แก่ ห้องแรงดันบวก (Positive Pressure Room) และห้องแรงดันลบ (Negative Pressure Room) เพื่อลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนและควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค
ดังนั้นการเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างห้องแรงดันทั้งสองประเภทนี้จึงมีความสำคัญเพื่อเข้าใจถึงหลักการทำงาน และการเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางการแพทย์ การป้องกันและการแพร่กระจายของเชื้อโรคภายในโรงพยาบาลนั่นเอง
หลักการทำงานห้องแรงดันบวก (Positive Pressure Room)
ห้องแรงดันบวก (Positive Pressure Room) คือห้องที่มีการควบคุมให้แรงดันอากาศภายในห้องสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ โดยใช้พัดลมเป็นตัวสร้างแรงดันอากาศเข้าสู่ภายในห้อง รวมถึงมีระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูงเพื่อกรองสิ่งปนเปื้อน เมื่อแรงดันภายในสูงกว่าภายนอกจะส่งผลให้อากาศไหลออกสู่นอกห้องเสมอ ซึ่งหลักการนี้ช่วยป้องกันการปนเปื้อนจากอากาศภายนอกที่อาจมีฝุ่นละอองหรือสิ่งปนเปื้อนเข้าสู่ภายในห้อง จึงเหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความสะอาดสูง เช่น ห้องผ่าตัด ห้องปลอดเชื้อ หรือห้องคลีนรูม (Cleanroom) เป็นต้น
หลักการทำงานห้องแรงดันลบ (Negative Pressure Room)
ห้องแรงดันลบ (Negative Pressure Room) คือห้องที่มีการควบคุมให้แรงดันอากาศภายในห้องต่ำกว่าพื้นที่โดยรอบ ทำให้อากาศจากภายนอกไหลเข้าสู่ภายในห้อง และไม่ให้อากาศภายในที่อาจมีเชื้อโรคไหลออกสู่พื้นที่อื่นเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคทางอากาศ สารอันตราย หรือฝุ่นละอองจากภายในห้องแพร่กระจายออกสู่ภายนอก โดยอากาศที่ถูกดูดออกจะผ่านการฆ่าเชื้อและกรองอากาศก่อนปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเหมาะสำหรับห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อ ห้อง ICU ความดันลบ หรือพื้นที่คัดกรองผู้ป่วย เป็นต้น
เปรียบเทียบความต่างห้องแรงดันบวก vs ห้องแรงดันลบ
- ความดันอากาศ
-
- ห้องแรงดันบวก : ถูกออกแบบให้มีความดันอากาศภายในสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ ส่งผลให้อากาศสะอาดจากภายในถูกผลักออกไปด้านนอกอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดโอกาสที่เชื้อโรคหรือสิ่งปนเปื้อนจากภายนอกจะเข้าสู่ภายในห้อง
-
- ห้องแรงดันลบ : ถูกออกแบบให้มีความดันอากาศภายในต่ำกว่าพื้นที่โดยรอบ ทำให้อากาศจากภายนอกไหลเข้าสู่ภายในห้องเพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคทางอากาศออกสู่ภายนอกห้อง
- ทิศทางการไหลของอากาศ
- ห้องแรงดันบวก : อากาศจะไหลจากภายในห้องออกสู่ภายนอกห้องเสมอ เมื่อมีการเปิดประตูหรือมีช่องว่างอากาศภายในจะพุ่งตัวออกไปเพื่อทำหน้าที่ป้องกันสิ่งปนเปื้อนเข้าสู่ภายในห้อง
- ห้องแรงดันลบ : อากาศจะไหลจากภายนอกห้องเข้าสู่ภายในห้องเสมอ ทิศทางลมจะพุ่งตรงไปยังจุดดูดอากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศที่มีสิ่งปนเปื้อนจากภายในไหลย้อนกลับไปสู่โถงทางเดินหรือพื้นที่สะอาดภายนอก
- วัตถุประสงค์ในการใช้งาน
- ห้องแรงดันบวก : ป้องกันพื้นที่ภายในห้องจากสิ่งปนเปื้อนภายนอก เพื่อรักษาความสะอาดและความปลอดภัยในพื้นที่ที่ต้องการสภาพแวดล้อมปลอดเชื้อ
- ห้องแรงดันลบ : ป้องกันเชื้อโรคจากภายในแพร่กระจายสู่ภายนอก เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคหรือสิ่งปนเปื้อนจากภายในห้องไปยังพื้นที่อื่น
- ประโยชน์ในการใช้งาน
- ห้องแรงดันบวก : เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ป่วยภายในห้อง ลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคในอากาศ รักษามาตรฐานความสะอาดของห้องคลีนรูม (Cleanroom)
- ห้องแรงดันลบ : ป้องกันและลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคให้ปลอดภัย ปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และผู้อื่นที่อยู่ในพื้นที่ภายในโรงพยาบาล
- ตัวอย่างการใช้งาน
- ห้องแรงดันบวก : ห้องผ่าตัด ห้องปลอดเชื้อ ห้องฉุกเฉิน ห้องเตรียมยา ห้องคลอด
- ห้องแรงดันลบ : ห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อ ห้องผู้ป่วยโควิด-19 พื้นที่คัดกรองผู้ป่วย ห้องชันสูตรศพ
พื้นที่ที่ใช้ห้องแรงดันบวกและห้องแรงดันลบในโรงพยาบาล
ภายในโรงพยาบาลแต่ละพื้นที่จะถูกออกแบบให้ใช้ระบบแรงดันอากาศที่แตกต่างกันตามลักษณะการใช้งาน เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคและรักษาความปลอดภัยทางการแพทย์ โดยมีการแบ่งพื้นที่ตามลักษณะการใช้งาน ดังตัวอย่างเช่น
พื้นที่ที่นิยมใช้ห้องแรงดันบวก
- ห้องผ่าตัด
- ห้องคลอด
- ห้องฉุกเฉิน
- ห้องปลอดเชื้อ
- ห้องเตรียมยาและเวชภัณฑ์
พื้นที่ที่นิยมใช้ห้องแรงดันลบ
- ห้องรอผู้ป่วยฉุกเฉิน
- ห้องผู้ป่วยโควิด-19
- ห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อทางอากาศ
- พื้นที่คัดกรองผู้ป่วย
- ห้องชันสูตรศพ
การเลือกแรงดันอากาศให้กับห้องปลอดเชื้อ (Cleanroom)
การออกแบบห้องปลอดเชื้อ หรือห้องคลีนรูม (Cleanroom) จำเป็นต้องคำนึงถึงการกำหนดค่าความดันอากาศให้เหมาะสมกับความต้องการในการใช้งานของแต่ละอุตสาหกรรม หากต้องการป้องกันสิ่งปนเปื้อนเข้าสู่พื้นที่ภายในห้องคลีนรูมควรใช้ระบบห้องแรงดันบวก เพื่อป้องกันผลิตภัณฑ์หรือผู้ป่วยจากการปนเปื้อนของอากาศภายนอก
ในทางกลับกันหากต้องการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรคไม่ให้กระจายออกสู่พื้นที่ภายนอกห้อง ควรใช้ระบบห้องแรงดันลบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี สารพิษ เชื้อโรค หรือสารอันตรายที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การทดสอบแรงดันอากาศห้องคลีนรูมสำคัญอย่างไร
การทดสอบแรงดันอากาศภายในห้องคลีนรูม (Room Pressurization Test) เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยยืนยันว่าระบบควบคุมแรงดันอากาศภายในห้องคลีนรูมยังคงทำงานได้ตามมาตรฐาน เพื่อยืนยันว่าอากาศภายในห้องมีการไหลเวียนตามทิศทางที่ออกแบบไว้ และลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนทั้งภายในและภายนอกพื้นที่
โดยจะต้องมีค่าแรงดันบวกหรือแรงดันลบอยู่ในระดับที่เหมาะสม เช่น ห้องแรงดันบวก (Positive Pressure Room) ต้องป้องกันไม่ให้อากาศจากภายนอกเข้ามาปนเปื้อนภายในห้อง หรือห้องแรงดันลบ (Negative Pressure Room) ต้องป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคออกไปปนเปื้อนกับสิ่งแวดล้อมภายนอก
“Q&E INTERNATIONAL” ให้บริการทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) โดยทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมเครื่องมือที่ได้มาตรฐานสากล รองรับข้อกำหนดห้องคลีนรูม ISO 14644 โดยอ้างอิงการทดสอบตาม Cleanroom Performance Testing (CPT) จาก NEBB พร้อมให้บริการตรวจวัดและรับรองผลทั้งห้องแรงดันบวกและห้องแรงดันลบ เพื่อให้สถานพยาบาลหรือสถานประกอบการของคุณเป็นห้องปลอดเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
ครอบคลุมการทดสอบทั้งหมด 9 ขั้นตอน คลิกดูเพิ่มเติม
- การทดสอบปริมาณการไหลเวียนของอากาศ (Airflow Velocity, Volume and Air Change Rate)
- การทดสอบรอยรั่วของแผ่นกรองอากาศ (HEPA Filter Installation Leak Test, Overall Leak Test)
- การทดสอบแรงดันอากาศภายในห้อง (Room Pressurization Test)
- การทดสอบจำนวนอนุภาคในอากาศ (Airborne Particle Count Test)
- การทดสอบความขนานของกระแสลม (Airflow Parallelism Test) และการทดสอบการแสดงทิศทางการไหลของอากาศ (Airflow Visualization Test)
- การทดสอบการฟื้นตัวของระดับความสะอาดภายในห้อง (Room Recovery Test)
- การทดสอบอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (Temperature and Relative Humidity Test)
- การทดสอบระดับความเข้มแสงภายในห้อง (Lighting Level Test)
- การทดสอบระดับเสียงภายในห้อง (Sound Level Test)
ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง
Call: 095-748-7312, 081-595-3011
LINE ID: @248hrupy
Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Email: [email protected], [email protected]








