02-019-7296 | 081-595-3011 | 095-748-7312

อุปกรณ์ PPE มีอะไรบ้าง? รวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลในงานอุตสาหกรรมที่ควรรู้

อุปกรณ์ PPE มีอะไรบ้าง? รวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลในงานอุตสาหกรรมที่ควรรู้

ความปลอดภัย” ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ที่ทุกองค์กรไม่ควรมองข้าม เพราะอุบัติเหตุจากการทำงานสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นอันตรายจากสารเคมี ฝุ่นควัน วัสดุตกหล่น เสียงดัง หรือความร้อนจากเครื่องจักร ซึ่งล้วนส่งผลต่อสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานโดยตรง ดังนั้นการเลือกใช้งานอุปกรณ์ PPE หรือ อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในการลดความเสี่ยงและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติงาน

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า PPE คือ อุปกรณ์ที่ใช้สวมใส่เพื่อป้องกันอันตรายในสถานที่ทำงาน แต่ยังไม่แน่ใจว่าอุปกรณ์ PPE มีอะไรบ้าง และแต่ละประเภทเหมาะกับงานลักษณะใด บทความนี้จะพาไปรู้จักกับอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) แบบครบถ้วน ทั้งประเภทของอุปกรณ์ป้องกันอันตราย และวิธีเลือกใช้งานอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ทั้งนายจ้างและพนักงานสามารถเลือกใช้งานอุปกรณ์ป้องกันได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

 

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล PPE คืออะไร?

Personal Protective Equipment: PPE คือ อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่ออกแบบมาให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นอันตรายจากสารเคมี เชื้อโรค ฝุ่นละออง ความร้อน แรงกระแทก การตกจากที่สูง หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจสร้างอันตรายต่อร่างกาย

อุปกรณ์ PPE ถือเป็นมาตรการด้านความปลอดภัยที่สำคัญในโรงงานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง งานไฟฟ้า หรืองานเชื่อมโลหะ รวมถึงงานที่มีความเสี่ยงสูงทุกประเภท ซึ่งนายจ้างมีหน้าที่ต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสมให้แก่พนักงานตามลักษณะงานของแต่ละอุตสาหกรรม

วิธีเลือกใช้อุปกรณ์ PPE ให้เหมาะสม

  • เลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับประเภทของอันตรายที่ผู้ปฏิบัติงานอาจเผชิญ
  • ตรวจสอบมาตรฐานและคุณภาพของอุปกรณ์จากหน่วยงานหรือสถาบันที่เชื่อถือได้
  • เลือกอุปกรณ์ที่มีขนาดพอดีกับร่างกายและคล่องตัวสำหรับผู้สวมใส่
  • อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน
  • อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลต้องใช้งานง่ายและสะดวก
  • อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลต้องมีความทนทานและดูแลรักษาง่าย
  • อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลควรหาซื้อได้ง่ายและคุ้มค่าต่อการใช้งาน

 

8 ประเภทอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลมีอะไรบ้าง?

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) สามารถแบ่งออกได้หลายประเภท เพื่อให้ครอบคลุมการปกป้องทุกส่วนของร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานและอันตรายที่ผู้ปฏิบัติงานสัมผัส รวมถึงต้องเป็นอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน โดยมีทั้งหมด 8 ประเภท ดังต่อไปนี้

 

1. อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่ศีรษะ (Head Protection Devices)

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่ศีรษะ (Head Protection Devices)

อุปกรณ์ป้องกันศีรษะสำหรับงานที่มีความเสี่ยงจากวัตถุตกหล่น การกระแทก หรืออุบัติเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อสมองและศีรษะ เพื่อช่วยลดแรงกระแทกและลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น โดยอุปกรณ์ที่นิยมใช้มากที่สุดคือ “หมวกนิรภัย (Safety Helmet)” ซึ่งพบได้ทั่วไปในไซต์ก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรม และงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรขนาดใหญ่

หมวกนิรภัย” สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

  • หมวกนิรภัย ชนิด Class E (Electrical)

ใช้สำหรับงานไฟฟ้าแรงสูง หรืองานที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า โดยสามารถป้องกันกระแสไฟฟ้าได้ดีกว่าหมวกชนิดทั่วไป สามารถทนแรงดันไฟฟ้าทดสอบได้ 20,000 โวลต์

  • หมวกนิรภัย ชนิด Class G (General)

ใช้สำหรับงานก่อสร้างทั่วไป ช่วยลดอันตรายจากไฟฟ้าแรงต่ำ และป้องกันแรงกระแทกจากวัตถุตกหล่น สามารถทนแรงดันไฟฟ้าทดสอบได้ 2,200 โวลต์

  • หมวกนิรภัย ชนิด Class C (Conductive)

ใช้สำหรับงานทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้า เพื่อลดแรงกระแทกของวัตถุเท่านั้น เนื่องจากผลิตจากวัสดุโลหะที่ไม่สามารถป้องกันไฟฟ้าได้

 

2. อุปกรณ์ป้องกันอันตรายใบหน้าและดวงตา (Eyes and Face Protection Devices)

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายใบหน้าและดวงตา (Eyes and Face Protection Devices)

อุปกรณ์ป้องกันใบหน้าและดวงตาจากเศษวัสดุ สารเคมี รังสี หรือประกายไฟจากงานเชื่อม โดยอุปกรณ์ที่นิยมใช้ ได้แก่ แว่นตานิรภัย (Safety Glasses) แว่นครอบตา (Goggles) และกระบังป้องกันใบหน้า (Face Shield) เป็นต้น

แว่นตานิรภัย” สามารถแบ่งออกได้ 4 ประเภท ได้แก่

  • แว่นตา (Glasses) 

ใช้สำหรับป้องกันฝุ่นละอองและเศษวัสดุกระเด็นเข้าดวงตา เหมาะสำหรับงานช่างทั่วไป

  • แว่นครอบตา (Goggles) 

ใช้สำหรับป้องกันอันตรายจากกระแทกของวัตถุ สารเคมี และแสงที่เกิดจากการทำงานเชื่อมโลหะ ซึ่งมีเลนส์กรองแสงชนิดพิเศษที่ป้องกันได้ดีกว่าแว่นตาทั่วไป

  • กระบังป้องกันใบหน้า (Face Shield) 

ใช้สำหรับป้องกันใบหน้าและดวงตา รวมไปถึงลำคอ จากการกระเด็นของวัตถุหรือสารเคมี  โดยบางรุ่นสามารถใช้ร่วมกับที่ครอบหูได้

  • หน้ากากสำหรับเชื่อม (Welding Shield) 

ใช้สำหรับป้องกันใบหน้าและดวงตา โดยเฉพาะงานเชื่อมจากการกระเด็นของเศษโลหะ ความร้อน แสงจ้า และรังสีจากการเชื่อม

 

3. อุปกรณ์ป้องกันอันตรายระบบทางเดินหายใจ (Respiratory Protection Devices)

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายระบบทางเดินหายใจ (Respiratory Protection Devices)

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจจากเชื้อโรค สารพิษ ไอระเหยจากสารเคมี ฝุ่น หรือควัน ผ่านการหายใจเข้าสู่ปอดที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้อย่างเฉียบพลัน รวมถึงการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอ  

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายระบบทางเดินหายใจ” สามารถแบ่งออกได้ 5 ประเภท ได้แก่

  • หน้ากากอนามัย (Surgical Mask)

ใช้สำหรับป้องกันละอองน้ำและสารคัดหลั่ง เหมาะกับงานทั่วไปหรือทางการแพทย์

  • หน้ากากชนิด N-95 (N95 Face Mask)

ใช้สำหรับกรองฝุ่นละอองและอนุภาคเล็กขนาด 0.1-0.3 ไมครอน ด้วยประสิทธิภาพการกรองสูงถึง 95% เหมาะสำหรับป้องกันฝุ่นควันและเชื้อไวรัสในพื้นที่แออัด

  • หน้ากากครึ่งหน้า (Half Mask)

ใช้สำหรับกรองอนุภาคและฟอกอากาศ เหมาะกับงานที่มีฝุ่นหรือไอระเหยบางประเภท

  • หน้ากากแบบเต็มหน้า (Full-Face Mask)

ใช้สำหรับป้องกันทั้งระบบหายใจและดวงตาจากไอระเหยสารเคมีหรือฝุ่นอันตราย

  • SCBA (Self-Contained Breathing Apparatus)

เครื่องช่วยหายใจชนิดมีถังอากาศติดตัว เหมาะสำหรับงานกู้ภัย งานดับเพลิง พื้นที่ที่มีปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอ หรือป้องกันสารเคมี สารพิษที่มีความเข้มข้นสูง 

 

4. อุปกรณ์ป้องกันอันตรายระบบการได้ยิน (Hearing Protection)

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายระบบการได้ยิน (Hearing Protection)

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายต่อการได้ยินจากเสียงดังที่เกินมาตรฐานในสภาพแวดล้อมการทำงาน เช่น  เสียงดังจากเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ก่อสร้าง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาการได้ยินในระยะยาว หากทำงานในพื้นที่ที่มีระดับเสียงเกินมาตรฐาน 

อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน” ที่นิยมใช้ ได้แก่

  • ที่อุดหู (Ear Plugs)

ใช้สำหรับสอดเข้ารูหูเพื่อลดระดับเสียง เหมาะกับการใช้งานทั่วไป สามารถลดเสียงที่ความถี่ต่ำกว่า 400 เฮิร์ท โดยลดเสียงดังได้ประมาณ 15 – 30 เดซิเบลเอ (dBA)

  • ที่ครอบหู (Ear Muffs)

ใช้สำหรับครอบหูภายนอกเพื่อลดเสียงรบกวน เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีเสียงดังมาก สามารถลดเสียงที่ความถี่สูงกว่า 400 เฮิร์ท

 

5. อุปกรณ์ป้องกันอันตรายลำตัว (Body Protection)

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายลำตัว (Body Protection)

อุปกรณ์ป้องกันลำตัวเป็นชุด PPE ที่ช่วยป้องกันอันตรายบริเวณร่างกายตามลักษณะงานเฉพาะด้าน โดยช่วยลดการสัมผัสสารเคมี ความร้อน เชื้อโรค หรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ 

ตัวอย่างอุปกรณ์ป้องกันลำตัว” ที่นิยมใช้ ได้แก่

  • ชุดแบบทั่วไป

เสื้อคลุมหนัง ชุดเอี๊ยม ชุดหมีช่าง สำหรับป้องกันสิ่งสกปรกและปกป้องเสื้อผ้า 

  • ชุดป้องกันเชื้อโรค

ใช้สำหรับในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากเชื้อโรค

  • ชุดป้องกันสารเคมี

ใช้สำหรับป้องกันสารเคมีกัดกร่อน ก๊าซพิษ หรือไอระเหยอันตราย

  • ชุดป้องกันความร้อน

ชุดกันไฟหรือชุดทนความร้อน ใช้สำหรับงานอุณหภูมิสูง เช่น งานหลอมโลหะ เป็นต้น

 

6. อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่มือและผิวหนัง (Hand and Skin Protection)

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่มือและผิวหนัง (Hand and Skin Protection)

อุปกรณ์สำหรับสวมใส่เพื่อป้องกันอันตรายจากการสัมผัสวัตถุโดยตรง การกระแทก การบาดจากของมีคม หรือการปนเปื้อนของเชื้อโรค หรือสารเคมีอันตราย 

ถุงมือนิรภัย” มีหลายประเภท ได้แก่

  • ถุงมือยาง

ใช้สำหรับป้องกันเชื้อโรค สิ่งสกปรก และสารเคมีเจือจาง

  • ถุงมือฉนวน

ใช้สำหรับป้องกันไฟฟ้าช็อต เหมาะสำหรับช่างไฟฟ้า

  • ถุงมือกันบาด

ใช้สำหรับป้องกันของมีคม ขอบโลหะ หรือเศษกระจก

  • ถุงมือกันสารเคมี

ใช้สำหรับป้องกันการสัมผัสสารเคมีเข้มข้นโดยตรง

 

7. อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของเท้า (Foot Protection Devices)

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของเท้า (Foot Protection Devices)

อุปกรณ์สวมใส่สำหรับหุ้มปิดบริเวณเท้า เพื่อลดความเสี่ยงจากการลื่นล้ม ของหนักตกใส่ หรือการเหยียบวัตถุแหลมคม

รองเท้านิรภัย” สามารถแบ่งได้หลายประเภท ได้แก่

  • รองเท้านิรภัยประเภทธรรมดา (Standard)

ใช้สำหรับป้องกันของหนักตกใส่เท้า

  • รองเท้านิรภัยประเภทเสริมแผ่นป้องกันการแทงทะลุ (Penetration-resistant)

ใช้สำหรับป้องกันวัตถุแหลมคมทิ่มทะลุพื้นรองเท้า

  • รองเท้านิรภัยประเภทต้านไฟฟ้าสถิต (Antistatic)

ใช้สำหรับงานไฟฟ้าหรืองานอิเล็กทรอนิกส์

 

8. อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากการตก (Falling Protection Devices)

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากการตก (Falling Protection Devices)

ชุดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่ใช้ในการปฏิบัติงานบนที่สูง เช่น งานก่อสร้าง งานติดตั้งป้าย หรือการทำงานบนรถเครน จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันการตกเพื่อป้องกันการบาดเจ็บรุนแรง

“อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากการตก” ที่นิยมใช้ ได้แก่

  • เข็มขัดนิรภัย (Safety Belt)

ใช้สำหรับพยุงลำตัวของผู้ปฏิบัติงานเมื่อตกจากที่สูง เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน 

  • เชือกนิรภัย (Lanyards) 

ใช้สำหรับเกี่ยวคานหรือนั่งร้านที่มีความมั่นคงแข็งแรง หรือใช้เกี่ยวล็อกกับสายช่วยชีวิต โดยมีตัวล็อกด้านหนึ่งยึดติดกับเข็มขัดนิรภัยและอีกด้านจะเป็นตะขอเพื่อป้องกันการตก

  • สายช่วยชีวิต (Lifelines)

ใช้ในกรณีที่พื้นที่นั้นไม่มีจุดแขวนตะขอของเชือกนิรภัยที่ปลอดภัย เช่น การปฏิบัติงาน บนหลังคา หรือลักษณะแนวดิ่ง

 

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลในงานความร้อน แสงสว่าง และเสียง

ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 นายจ้างมีหน้าที่ต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) ให้แก่ลูกจ้างอย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการทำงาน ดังต่อไปนี้

  • นายจ้างต้องจัดให้มีและดูแลให้ลูกจ้างใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ตามความเหมาะสมกับลักษณะงานตลอดเวลาที่ทำงาน ดังต่อไปนี้
    1. งานที่มีระดับความร้อนเกินมาตรฐานที่กำหนด ให้สวมใส่ชุดแต่งกาย รองเท้า และถุงมือ สำหรับป้องกันความร้อน
    2. งานที่มีแสงตรงหรือแสงสะท้อนจากแหล่งกำเนิดแสงหรือดวงอาทิตย์ที่มีแสงจ้า ส่องเข้านัยน์ตาโดยตรง ให้สวมใส่แว่นตาลดแสงหรือกระบังหน้าลดแสง
    3. งานที่ทำในสถานที่มืด ทึบ และคับแคบ ให้สวมใส่หมวกนิรภัยที่มีอุปกรณ์ส่องแสงสว่าง
    4. งานที่มีระดับเสียงเกินมาตรฐานที่กำหนด ให้สวมใส่ปลั๊กลดเสียงหรือที่ครอบหูลดเสียง
  • ให้นายจ้างบำรุงรักษาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้อยู่ในสภาพ ที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งจัดให้ลูกจ้างได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการใช้และบำรุงรักษา อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล และเก็บหลักฐานการฝึกอบรมไว้ ณ สถานประกอบกิจการ เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยสามารถตรวจสอบได้

 

บทความเกี่ยวข้องที่น่าสนใจ : 

 

ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง

Call: 095-748-7312, 081-595-3011

LINE ID: @248hrupy

Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 

Email: [email protected]

Share :

ข่าวสารที่น่าสนใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า