02-019-7296 | 081-595-3011 | 095-748-7312

“แสง เสียง ความร้อน” กับความปลอดภัยในการทำงานตามมาตรฐาน จป.วิชาชีพ

“แสง เสียง ความร้อน” กับความปลอดภัยในการทำงานตามมาตรฐาน จป.วิชาชีพ

แสง เสียง และความร้อน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญต่อสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานในทุกอุตสาหกรรม หากแสงไม่สว่างพอต่อการทำงาน มีเสียงดังเกินมาตรฐาน หรืออุณหภูมิความร้อนสะสมสูงเกินไป อาจก่อให้เกิดอันตรายทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้ 

เพราะฉะนั้นทุกองค์กรจึงควรมีการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างสม่ำเสมอให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญของ จป.วิชาชีพ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยที่ต้องเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยง และส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงานอย่างยั่งยืนในองค์กร

 

สภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียงตามกฎหมาย

การสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับแสง เสียง และความร้อนถูกกำหนดไว้โดย  “กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559” ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่สถานประกอบกิจการต้องปฏิบัติตาม

กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้นายจ้างต้องควบคุมและจัดการสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสม รวมถึงจัดให้มีการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียงภายในสถานประกอบการอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยครอบคลุมทั้ง 6 หมวดสำคัญ ได้แก่

  • หมวด 1 : ความร้อน 
  • หมวด 2 : แสงสว่าง
  • หมวด 3 : เสียง
  • หมวด 4 : อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
  • หมวด 5 : การตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงาน และการรายงานผล 
  • หมวด 6 : การตรวจสุขภาพและการรายงานผล

 

คลิกอ่านเพิ่มเติมที่ : ข้อกำหนดด้านความร้อน แสงสว่าง เสียง ในสถานประกอบการตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2559

 

ข้อมูลอ้างอิง: กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559, จาก https://ubonratchathani.labour.go.th/attachments/article/96/กฎกระทรวง%20เกี่ยวกับความร้อน%20แสงสว่าง%20และเสียง%20พ.ศ%202559.PDF

 

การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดย จป.วิชาชีพ

การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดย จป.วิชาชีพ

การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นหน้าที่หลักของจป.วิชาชีพ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ (Safety Officer) ซึ่งเป็นบุคคลที่ขึ้นทะเบียนเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพของสถานประกอบกิจการกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สามารถดําเนินการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง หรือเสียง ภายในสถานประกอบกิจการของตนเอง

และมีเครื่องมือตรวจวัดระดับความร้อน แสงสว่าง หรือเสียง และอุปกรณ์การปรับเทียบ โดยสามารถแสดงหมายเลขเครื่อง (Serial number) ได้ เป็นผู้ดำเนินการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง หรือเสียง ภายในสถานประกอบกิจการของตนเอง

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : จป.วิชาชีพ คืออะไร? เกี่ยวข้องอย่างไรกับความปลอดภัยในการทำงาน

 

เครื่องมือในการทดสอบความร้อน แสงสว่าง และเสียง

ในการปฏิบัติงานของจป.วิชาชีพ สำหรับการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานด้านความร้อน แสง และเสียงจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ผลการตรวจวัดมีความแม่นยำและสามารถนำไปเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างถูกต้อง ดังต่อไปนี้

 

1. อุปกรณ์ตรวจวัดระดับความร้อน

อุปกรณ์ตรวจวัดระดับความร้อน (โกลบเทอร์โมมิเตอร์)

อุปกรณ์ตรวจวัดระดับความร้อน ด้วย “โกลบเทอร์โมมิเตอร์” ที่มีช่วงการวัดตั้งแต่ -5 องศาเซลเซียส ถึง 100 องศาเซลเซียส ที่ปลายกระเปาะเทอร์โมมิเตอร์เสียบอยู่กึ่งกลางทรงกลมกลวงที่ทำด้วยทองแดงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 เซนติเมตร ภายนอกทาด้วยสีดำด้านที่สามารถดูดกลืนรังสีความร้อนได้ดี

 

2. เครื่องวัดความเข้มแสง (Lux Light Meter)

เครื่องวัดความเข้มแสง (Lux Light Meter)

การตรวจวัดความเข้มของแสงสว่าง ต้องใช้เครื่องวัดแสงที่ได้มาตรฐาน CIE 1931 ของคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยความส่องสว่าง (International Commission on Illumination) หรือ ISO/CIE 10527 หรือเทียบเท่า เช่น JIS 

และก่อนเริ่มการตรวจวัดต้องปรับให้เครื่องวัดแสงอ่านค่าที่ศูนย์ (Photometer Zeroing) หรือตามวิธีการที่ระบุในคู่มือการใช้งานของผู้ผลิตก่อนการใช้งานทุกครั้ง และให้จัดให้มีการปรับเทียบความถูกต้องของเครื่องมือกับหน่วยปรับเทียบมาตรฐานปีละ 1 ครั้ง เว้นแต่สถานประกอบกิจการมีเครื่องวัดแสงที่ใช้สำหรับการตรวจวัดและวิเคราะห์ภายในสถานประกอบกิจการ ให้ปรับเทียบความถูกต้องของเครื่องมือกับหน่วยปรับเทียบมาตรฐานทุก 2 ปี

 

3. อุปกรณ์ตรวจวัดระดับเสียง

อุปกรณ์ตรวจวัดระดับเสียง (เครื่องวัดระดับเสียง/เครื่องวัดปริมาณเสียงสะสม/เครื่องวัดเสียงกระทบหรือกระแทก)

การตรวจวัดระดับเสียง ต้องใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานของคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยเทคนิคไฟฟ้า (International Electrotechnical Commission) หรือเทียบเท่า ดังนี้

(3.1) เครื่องวัดระดับเสียง (Sound Level Meter) : ต้องได้มาตรฐาน IEC 61672 หรือ IEC 651 Type 2

(3.2) เครื่องวัดปริมาณเสียงสะสม (Noise Dosimeter) : ต้องได้มาตรฐาน IEC 61252

(3.3) เครื่องวัดเสียงกระทบหรือกระแทก (Impulse/Impact Noise Meter) : ต้องได้มาตรฐาน IEC 61672 หรือ IEC 60804

อุปกรณ์ที่ใช้ตรวจวัดระดับเสียงต้องทําการปรับเทียบความถูกต้อง (Calibration) ด้วยอุปกรณ์ตรวจสอบความถูกต้อง (Noise Calibrator) ที่ได้มาตรฐาน IEC 60942 หรือเทียบเท่า ตามวิธีการที่ระบุในคู่มือการใช้งานของผู้ผลิตก่อนการใช้งานทุกครั้งและให้จัดให้มีการปรับเทียบความถูกต้องของเครื่องมือกับหน่วยปรับเทียบมาตรฐานปีละ 1 ครั้ง เว้นแต่สถานประกอบกิจการมีเครื่องตรวจวัดเสียง

ที่ใช้สําหรับการตรวจวัดและวิเคราะห์ภายในสถานประกอบกิจการ ให้ปรับเทียบความถูกต้องของเครื่องมือกับหน่วยปรับเทียบมาตรฐานทุก 2 ปี

 

Q&E INTERNATIONAL บริการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยจป. วิชาชีพ 

Q&E INTERNATIONAL” รับตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อมาตรฐานความปลอดภัย ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 

โดยจป.วิชาชีพ และขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับรองรายงานการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมใช้อุปกรณ์ตรวจวัดที่แม่นยำและได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด และดำเนินการตรวจวัดครบถ้วนทุกขั้นตอน ตลอดจนรายงานผลพร้อมใช้งานจริง

 

ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง

Call: 095-748-7312, 081-595-3011

LINE ID: @248hrupy

Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 

Email: [email protected]

Share :

ข่าวสารที่น่าสนใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า