หลายคนอาจเข้าใจว่าอากาศภายในอาคารย่อมปลอดภัยกว่าอากาศภายนอก แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น “คุณภาพอากาศภายในอาคาร” หรือที่เรียกว่า Indoor Air Quality (IAQ) อาจเลวร้ายกว่าอากาศภายนอกหลายเท่า โดยเฉพาะในอาคารที่มีการใช้งานระบบปรับอากาศ (HVAC System) ที่ไม่มีการหมุนเวียนอากาศเพียงพอ หรือขาดการตรวจสอบคุณภาพอากาศและการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ทำให้ระบบปรับอากาศในอาคารกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค สารก่อภูมิแพ้ และมลพิษทางอากาศโดยไม่รู้ตัว จนสามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงโรคร้ายแรงที่คุกคามชีวิต
วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ 5 โรคที่เสี่ยงมากับระบบปรับอากาศ ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากการละเลยเรื่องคุณภาพอากาศภายในอาคาร เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจว่า “อากาศที่มองไม่เห็น” มีผลต่อสุขภาพของเรามากเพียงใด และเหตุใดการใส่ใจเรื่อง Indoor Air Quality (IAQ) จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในชีวิตประจำวัน
1. โรคลีเจียนแนร์ (Legionnaires’ Disease)
โรคลีเจียนแนร์ (Legionellosis) คือ โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจจากแบคทีเรีย Legionella pneumophila ซึ่งพบได้จากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ระบบน้ำในระบบปรับอากาศ ระบบทำความเย็น และหอหล่อเย็น (Cooling Tower) ของอาคาร
การแพร่กระจายของเชื้อเกิดจากการสูดดมละอองฝอยที่มีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียจากระบบปรับอากาศเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอาการได้ 2 รูปแบบ คือ โรคไข้ปอนเตียกหรือโรคลีเจียนแนร์ชนิดไม่มีปอดอักเสบ (Pontiac Fever) และโรคปอดอักเสบลีเจียนแนร์ (Legionnaires’ Disease)
ลักษณะอาการของโรคลีเจียนแนร์
- มีไข้สูง 39-40 °C
- อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ
- ไอแห้ง มีเสมหะ
- หายใจไม่สะดวก เจ็บบริเวณทรวงอก
- อาเจียน ท้องเสีย หรืออุจจาระร่วง
- หากรุนแรงอาจมีโอกาสเสี่ยงเสียชีวิตประมาณ 15-20%
2. โรคไข้ปอนเตียก (Pontiac Fever)
โรคไข้ปอนเตียก คือ โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Legionella เช่นเดียวกับโรคลีเจียนแนร์ แต่มีความรุนแรงน้อยกว่าและสามารถหายเองได้ภายใน 2-5 วัน โดยไม่ต้องรับการรักษาเฉพาะทาง แต่อาการจะไม่ลามไปถึงขั้นปอดอักเสบ โดยมักพบการระบาดพร้อมกันในกลุ่มคนที่ใช้อาคารหรือระบบปรับอากาศเดียวกันในระยะฟักตัวของเชื้อประมาณ 1-2 วัน
ลักษณะอาการของโรคไข้ปอนเตียก
- อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่
- มีไข้ ปวดศีรษะ
- เบื่ออาหาร
- หนาวสั่น อ่อนเพลีย
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
3. โรคตึกเป็นพิษ (Sick Building Syndrome – SBS)
โรคตึกเป็นพิษ หรือ Sick Building Syndrome (SBS) คือ ลักษณะอาการผิดปกติทางร่างกายของผู้ใช้อาคารที่เผชิญกับมลภาวะภายในอาคาร เมื่อคุณภาพอากาศภายในอาคาร (IAQ) ย่ำแย่ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร โดยอาการเหล่านี้จะดีขึ้นเมื่อออกจากพื้นที่ดังกล่าว และกลับมาเป็นอีกครั้งเมื่อเข้าไปในอาคารเดิม
สาเหตุหลักของโรคตึกเป็นพิษมาจากคุณภาพอากาศภายในอาคารที่ไม่เหมาะสม เช่น การระบายอากาศไม่เพียงพอ การสะสมของฝุ่น เชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย สารระเหย (VOCs) ฟอร์มาลดีไฮด์ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับสูง รวมถึงระบบปรับอากาศที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง
ลักษณะอาการของโรคตึกเป็นพิษ
- ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หายใจไม่สะดวก
- รู้สึกระคายเคืองดวงตา หู จมูก และลำคอ
- ไอ จาม คัดจมูก หรือมีน้ำมูกไหลไม่หยุด
- อาการทางผิวหนัง ผิวแห้ง คัน หรือมีผื่นขึ้นตามตัว
- ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อาการแพ้กำเริบมากขึ้น ไอจามรุนแรง
คลิกอ่านเพิ่มเติม : แนวทางป้องกัน “โรคตึกเป็นพิษ” (Sick Building Syndrome) คืนคุณภาพอากาศบริสุทธิ์สู่ทุกพื้นที่ในอาคาร
4. โรคภูมิแพ้และหอบหืด (Allergies & Asthma)
โรคภูมิแพ้และหอบหืดเป็นกลุ่มโรคเรื้อรังที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากอากาศภายในอาคารที่มีฝุ่นละออง เชื้อรา ไรฝุ่น เกสร และสารก่อภูมิแพ้สะสมอยู่ในระบบปรับอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ร่างกายไวต่อสิ่งกระตุ้น
หากระบบปรับอากาศไม่มีการดูแลรักษา หรือขาดการตรวจสอบคุณภาพอากาศภายในอาคาร สารก่อภูมิแพ้เหล่านี้จะถูกกระจายออกมากับลมเย็น ทำให้ผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดมีอาการกำเริบ เช่น จาม น้ำมูกไหล ไอ หายใจติดขัด แน่นหน้าอก และหอบเหนื่อย
ลักษณะอาการของโรคภูมิแพ้และหอบหืด
- คันจมูก คันตา
- ไอจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล
- ระคายเคืองคอ ไอแห้ง เจ็บคอ
- ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ง่วงซึม
- ผื่นคัน ลมพิษ ผิวหนังอักเสบในบางราย
- เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก
- แน่นหน้าอก หายใจไม่เต็มปอด
- หายใจมีเสียงวี้ด (Wheezing) ขณะหายใจ
- ไอเรื้อรัง ในช่วงกลางคืนหรือเช้าตรู่
5. โรคทางเดินหายใจ (Respiratory Diseases)
โรคทางเดินหายใจ หรือกลุ่มโรคที่เกิดขึ้นกับอวัยวะในระบบหายใจ จมูก คอ หลอดลม และปอด ซึ่งอาการอาจแตกต่างกันไปตามชนิดของโรค ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากการสูดดมอากาศที่มีมลพิษอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็ก เชื้อโรค สารเคมี หรือก๊าซอันตรายที่สะสมอยู่ในอาคารที่มีคุณภาพอากาศต่ำ
โดยระบบปรับอากาศที่ขาดการบำรุงรักษาอาจกลายเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรค เช่น ไวรัสและแบคทีเรีย ส่งผลให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบ ไซนัสอักเสบ และการติดเชื้อทางเดินหายใจซ้ำซาก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
ตัวอย่างโรคทางเดินหายใจ
- โรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน เช่น ไข้หวัดใหญ่
- โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น ปอดอักเสบ
- โรคเรื้อรังและโรคจากภูมิแพ้ เช่น หอบหืด
- โรคร้ายแรงและภาวะฉุกเฉิน เช่น มะเร็งปอด
บริการตรวจสอบคุณภาพอากาศ IAQ จาก “Q&E INTERNATIONAL”
ป้องกันความเสี่ยงจากโรคที่มากับระบบปรับอากาศ ด้วยการตรวจสอบคุณภาพอากาศภายในอาคาร (Indoor Air Quality : IAQ) กับผู้ให้บริการมืออาชีพ “Q&E INTERNATIONAL” ให้บริการตรวจวัดและประเมินคุณภาพอากาศภายในอาคารตามมาตรฐานสากล พร้อมให้คำปรึกษาและแนวทางปรับปรุงระบบปรับอากาศเพื่อยกระดับคุณภาพอากาศให้ปลอดภัย
ครอบคลุมการตรวจสอบคุณภาพอากาศ (IAQ) ดังนี้
- การทดสอบสภาวะความสบาย (Thermal Comfort Test)
- อุณหภูมิ (Temperature)
- ความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity)
- การเคลื่อนที่ของอากาศ (Airflow)
- การทดสอบทางเคมี (Chemical Test)
- คาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide: CO₂)
- คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide: CO)
- ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde)
- สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs)
- ฝุ่นละอองขนาดเล็ก เช่น PM2.5 / PM10
- การทดสอบทางชีวภาพ (Biological Test)
- เชื้อแบคทีเรียรวม (Total Bacterial Count: TBC)
- เชื้อรารวม (Total Fungal Count: TFC)
คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับ: 10 รายการสำคัญ สำหรับ IAQ : การตรวจสอบคุณภาพอากาศภายในอาคาร
ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง
Call: 095-748-7312, 081-595-3011
LINE ID: @248hrupy
Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Email: [email protected], [email protected]










