Air Change Rate หรือ อัตราการหมุนเวียนอากาศ ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับคุณภาพการระบายอากาศในงานระบบปรับอากาศ (HVAC) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เฉพาะที่ต้องการความสะอาดในระดับสูงอย่าง “สถานพยาบาล” เช่น ห้องตรวจโรค ห้องผ่าตัด ห้องปลอดเชื้อ หรือห้องผู้ป่วย เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้จำเป็นต้องมีระบบ ระบายอากาศ ที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ
โดยค่า ACH นี้จะบอกถึงจำนวนครั้งที่ปริมาณอากาศภายในห้องถูกแทนที่ด้วยอากาศใหม่ที่ผ่านการกรองอย่างสะอาดในทุก ๆ ชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่าระบบระบายอากาศสามารถกำจัดอากาศที่ปนเปื้อน เชื้อโรค ฝุ่นละออง หรือสิ่งปนเปื้อนอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด พร้อมทั้งช่วยรักษาคุณภาพอากาศภายในอาคารให้ปลอดภัยต่อทั้งผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้มาใช้บริการนั่นเอง
อัตราการหมุนเวียนอากาศ (Air Change Rate) คืออะไร?
อัตราการหมุนเวียนอากาศ (Air Change Rate) คือ จำนวนครั้งที่ปริมาณอากาศภายในห้องถูกแทนที่ด้วยอากาศใหม่ที่ผ่านการปรับสภาพและกรองแล้วภายในระยะเวลาหนึ่ง โดยทั่วไปมักเป็นอัตราการหมุนเวียนอากาศต่อชั่วโมง (Air Changes per Hour : ACH) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพของระบบระบายอากาศ (Ventilation) ไม่ว่าจะเป็นห้อง อาคาร หรือสถานที่ที่ต้องการความสะอาดสูงอย่างโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาล เป็นต้น
Air Change Rate เกี่ยวข้องกับการระบายอากาศอย่างไร
ในงานระบายอากาศค่า Air Change Rate มีบทบาทสำคัญในการบอกประสิทธิภาพของระบบระบายอากาศภายในห้องหรืออาคาร เพราะการหมุนเวียนอากาศที่เหมาะสมจะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค ฝุ่นละออง กลิ่น และสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ภายในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลักการคือการนำอากาศใหม่เข้าสู่พื้นที่ และระบายอากาศเดิมที่ปนเปื้อนออกไป เพื่อให้สภาพแวดล้อมภายในอาคารมีอากาศบริสุทธิ์และปลอดภัย
ถ้าหากค่า Air Changes per Hour (ACH) ต่ำเกินไป จะทำให้การระบายอากาศไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศภายในพื้นที่ เช่น ปัญหาอากาศอับไม่ถ่ายเท ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) สูงเกินกว่าค่าปกติ เกิดกลิ่นเหม็นอับ หรือเสี่ยงเชื้อโรคหรือเชื้อราสะสม
ในทางกลับกันหากค่า ACH มากเกินความจำเป็นก็อาจทำให้เกิดผลกระทบด้านพลังงาน เช่น ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นจากการใช้พลังงานของระบบ HVAC ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น หรือควบคุมความชื้นภายในห้องได้ยาก ตลอดจนอาจทำให้กระแสลมแรงเกินไปจนทำให้ผู้ใช้งานอาคารรู้สึกไม่สบายตัว
ตัวอย่างค่าอัตราการหมุนเวียนอากาศที่แนะนำในสถานพยาบาล
การกำหนดค่าอัตราการหมุนเวียนอากาศ (Air Change Rate) ในพื้นที่สถานพยาบาลจำเป็นต้องอ้างอิงจากมาตรฐานในการควบคุมการติดเชื้อในสถานพยาบาล เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีระดับความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อโรคแตกต่างกัน โดยพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงจำเป็นต้องมีค่า Air Changes per Hour (ACH) สูงกว่าพื้นที่ทั่วไป เพื่อให้การระบายอากาศสามารถเจือจางและกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งปนเปื้อนในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยมีตัวอย่างค่าอัตราการหมุนเวียนอากาศที่แนะนำในสถานพยาบาล ดังต่อไปนี้
ข้อมูลอ้างอิง : Guidelines for Environmental Infection Control in Health-Care Facilities (2003). 4. Ventilation Specifications for Health-Care Facilities, จาก https://www.cdc.gov/infection-control/media/pdfs/guideline-environmental-h.pdf
การทดสอบความเร็วลมและปริมาณลมเพื่อหาอัตราการหมุนเวียนอากาศ
การคำนวณหาค่า Air Change Rate จำเป็นต้องรู้อัตราการไหลของอากาศที่เข้าหรือออกจากพื้นที่ภายในห้องก่อน โดยการทดสอบความเร็วลม (Airflow Velocity Test) เพื่อตรวจวัดอัตราความเร็วของอากาศที่ไหลผ่านจุดต่าง ๆ ภายในห้อง และการทดสอบปริมาณลม (Airflow Volume Test) เพื่อตรวจวัดปริมาณอากาศที่จ่ายเข้าสู่หรือกลับออกจากห้องในช่วงเวลาที่กำหนด และนำไปคำนวณหาค่า Air Changes per Hour (ACH) ที่ต้องการนั่นเอง
บทความเกี่ยวข้องที่น่าสนใจ :
- “Air Change Rate” ตัวแปรสำคัญต่อคุณภาพอากาศและความสะอาดในห้องคลีนรูม
- การไหลของอากาศ (Airflow) สิ่งสำคัญในการทดสอบห้องคลีนรูม
- ความเร็วลม (Airflow Velocity) vs ปริมาณลม (Airflow Volume) ต่างกันอย่างไร?
เครื่องมือวัดความเร็วลม (Airflow Velocity)
เครื่องมือที่นิยมใช้ในการทดสอบความเร็วลม (Airflow Velocity Test) บริเวณช่องจ่ายลมหรือช่องดูดลมกลับของห้องที่ต้องการทดสอบ มีดังต่อไปนี้
- Electronic Micromanometer with Velgrid / Velocity Matrix : ไมโครมาโนมิเตอร์ที่ใช้สำหรับวัดความเร็วลม (Velocity) อุณหภูมิ และความชื้นสัมพัทธ์ พร้อมทั้งคำนวณหาค่าปริมาณลมสำหรับงานระบบระบายอากาศ
- Hot-Wire Anemometer : เครื่องวัดความเร็วลมแบบลวดร้อนที่ใช้วัดความเร็วและทิศทางการไหลของอากาศ สำหรับงานระบบ HVAC ระบบระบายอากาศ โดยใช้หลักการถ่ายเทความร้อนผ่านลวดความร้อนสัมผัสกับการไหลของอากาศเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่เกิดจากการไหลของอากาศ
- Vane Probe : เครื่องวัดความเร็วลมแบบใบพัด (Vane Anemometer) ที่ใช้วัดความเร็วของอากาศหรือก๊าซในท่อลมหรือสำหรับงานด้านระบบปรับอากาศ
เครื่องมือวัดปริมาณลม (Airflow Volume)
- Electronic Micromanometer with Flow Hood : เครื่องมือตรวจวัดอัตราการไหลของอากาศที่ใช้สำหรับวัดปริมาณการไหลของอากาศที่ปล่อยออกมาจากระบบระบายอากาศหรือระบบ HVAC เช่น ท่อจ่ายลม หรือท่อดูดลมในอาคาร เพื่อตรวจสอบอัตราการไหลของอากาศ ปรับสมดุลระบบจ่ายลมและดูดลม หรือตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบ เป็นต้น
ทดสอบอัตราการไหลของอากาศเพื่อหาอัตราการหมุนเวียนอากาศ กับ Q&E INTERNATIONAL
“Q&E INTERNATIONAL” ให้บริการตรวจวัดความเร็วลม (Airflow Velocity) และปริมาณลม (Airflow Volume) เพื่อหาอัตราการหมุนเวียนอากาศ (Air Change Rate) สำหรับห้องคลีนรูม (Cleanroom) เพื่อทดสอบปริมาณลมที่จ่ายเข้าห้องคลีนรูมว่ามีปริมาณเพียงพอและมีความดันห้องในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบการไหลของกระแสลมให้ไปในทิศทางเดียวกัน หรือคำนวณหาอัตราการหมุนเวียนอากาศให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด
พร้อมด้วยทีมงานมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบห้องคลีนรูม และเครื่องมือได้มาตรฐานสากล ครอบคลุมการทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) ทั้งหมด 9 ขั้นตอน
- การทดสอบเบื้องต้น (Primary Tests)
- การทดสอบอัตราการไหลของอากาศเพื่อหาอัตราการหมุนเวียนอากาศ (Airflow Velocity, Volume and Air Change Rate)
- การทดสอบรอยรั่วของแผ่นกรองอากาศ (Filter Installation Leak Test)
- การทดสอบจำนวนอนุภาคในอากาศเพื่อวัดปริมาณฝุ่นในอากาศ (Airborne Particle Count Cleanliness Classification Test)
- การทดสอบแรงดันอากาศภายในห้อง (Room Pressurization Test)
- การทดสอบอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (Temperature and Relative Humidity Test)
- การทดสอบเพิ่มเติม (Secondary Tests)
- การทดสอบทิศทางการไหลของอากาศ (Airflow Visualization Test)
- การทดสอบการฟื้นตัวของระดับความสะอาดภายในห้อง (Room Recovery Test)
- การทดสอบระดับความเข้มแสงภายในห้อง (Lighting Level Test)
- การทดสอบระดับเสียงภายในห้อง (Sound Level Test)
ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง
Call: 095-748-7312, 081-595-3011
LINE ID: @248hrupy
Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Email: [email protected]








