02-019-7296 | 081-595-3011 | 095-748-7312

ความสำคัญของเครื่องฟอกอากาศ​ (Air Purifier) ในห้องทันตกรรมคลินิกทำฟัน

ความสำคัญของเครื่องฟอกอากาศ​ (Air Purifier) ในห้องทันตกรรมคลินิกทำฟัน

การทำหัตถการในห้องทันตกรรมหรือคลินิกทำฟัน (Dental Clinic) ส่วนใหญ่มักก่อให้เกิดละอองฟุ้งกระจาย หรือละอองลอย (Aerosol) ที่ปะปนไปกับเชื้อแบคทีเรียและไวรัสลอยอยู่ในอากาศ หากไม่มีระบบกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคภายในคลินิกทำฟันได้ทั้งต่อทันตแพทย์ ผู้ช่วย รวมถึงตัวผู้ป่วยเอง

ดังนั้น เครื่องฟอกอากาศห้องทันตกรรม หรือ Air Purifier จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการควบคุมคุณภาพอากาศให้สะอาด ปลอดภัย และลดการปนเปื้อนในอากาศที่มองไม่เห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องฟอกอากาศที่มีการติดตั้งแผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง (HEPA Filter) หรือระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพการกรองอากาศผ่านระบบ HEPA Filtration System ที่ช่วยในการกรองอนุภาคหรือเชื้อโรคที่ลอยอยู่ในอากาศที่มีอนุภาคขนาดเล็กกว่า 0.3 ไมครอน 

เพราะฉะนั้นการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องทันตกรรม หรือการใส่ใจในการออกแบบและดูแลระบบปรับอากาศ (HVAC System) สำหรับคลินิกทำฟัน จึงกลายเป็นเรื่องที่คลินิกหรือสถานพยาบาลทุกแห่งควรให้ความสำคัญ เพื่อความสะอาดและปลอดภัยต่อทุกฝ่ายจากความเสี่ยงที่มองไม่เห็น และเพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัยและคุณภาพอากาศที่ดีสำหรับผู้ใช้บริการและผู้ปฏิบัติงาน

 

ทำไม “คุณภาพอากาศ” จึงสำคัญในห้องทันตกรรม

ห้องทันตกรรมจัดเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในการแพร่กระจายเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนในอากาศ เนื่องจากหัตถการทางทันตกรรมส่วนใหญ่มีการใช้เครื่องมือที่ทำให้ละอองฟุ้งกระจายและเกิดละอองลอย เช่น การกรอฟัน การขูดหินปูน รวมถึงการใช้หัวฉีดน้ำและลมในการล้างฟัน 

สาเหตุเหล่านี้เองจึงทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการรับเชื้อที่ฟุ้งกระจายออกมาจากเลือด น้ำลาย หรืออนุภาคที่ปะปนในขณะทำหัตถการจากช่องปากของผู้ป่วย ซึ่งสามารถลอยอยู่ในอากาศได้นานหลายชั่วโมงทำให้ผู้ป่วยคนถัดไป รวมถึงทันตแพทย์และบุคลากรมีโอกาสหายใจเอาเชื้อโรคเหล่านี้เข้าไปในร่างกายนั่นเอง

ดังนั้นการควบคุม “คุณภาพอากาศ” ภายในห้องทันตกรรมคลินิกทำฟันหรือสถานพยาบาล จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาดทั่วไป แต่เป็นมาตรการสำคัญในการลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน ลดความเข้มข้นของเชื้อโรคในอากาศ เพื่อป้องกันและควบคุมการติดเชื้อต่อบุคลากรที่ทำงานและผู้ป่วยภายในห้องทันตกรรม

 

การออกแบบระบบปรับอากาศสำหรับห้องทันตกรรม (Dental Clinic)

การออกแบบระบบปรับอากาศสำหรับห้องทันตกรรม (Dental Clinic)

การออกแบบระบบระบายและระบบปรับอากาศสำหรับห้องทันตกรรมต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมากถึงการควบคุมคุณภาพอากาศ การลดหรือเจือจางปริมาณเชื้อโรคและอนุภาคในอากาศ โดยจะต้องมีการระบายอากาศ (Ventilation) การหมุนเวียนอากาศภายใน รวมถึงการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้มีประสิทธิภาพ เพื่อสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยในการทำงานและการใช้บริการของผู้ป่วย

  • ประเภทของระบบปรับอากาศ (HVAC System) 

ระบบปรับอากาศสำหรับห้องทันตกรรมมีทั้งหมด 3 ประเภทที่แนะนำ ได้แก่

    • ระบบ Split Type หรือ VRF (Variable Refrigerant Flow)

ระบบปรับอากาศที่ให้การควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำและสามารถควบคุมได้หลายพื้นที่ ซึ่งเหมาะสำหรับห้องขนาดกลางถึงใหญ่ที่ไม่ต้องการเสียงรบกวน หรือต้องการความเงียบในการทำงาน

    • ระบบระบายอากาศแยก DOAS (Dedicated Outdoor Air System)

ระบบระบายอากาศภายนอกอาคาร หรือเครื่องเติมอากาศภายนอกชนิดอิสระ DOAS ที่ช่วยในการแยกอากาศที่ต้องการถ่ายเทออกจากการทำความเย็นหรือความร้อน โดยทำหน้าที่ปรับอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสมก่อนจ่ายเข้าสู่อาคาร ซึ่งแยกการทำงานจากระบบปรับอากาศหลัก เพื่อช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในโดยเฉพาะในห้องทันตกรรมของคลินิกทำฟัน

    • ระบบกรองอากาศ (Air Purifier)

ระบบกรองอากาศที่ใช้ร่วมกับระบบปรับอากาศหลัก โดยมีการใช้แผ่นกรองอากาศ HEPA Filter หรือ MERV 13 ขึ้นไปในการกรองอากาศที่มีฝุ่นละออง เชื้อโรค และสารเคมี เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

 

  • ข้อกำหนดการออกแบบ (Design Criteria)

เพื่อให้ระบบปรับอากาศในคลินิกทำฟันทำงานได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ควรคำนึงถึงค่ามาตรฐานที่แนะนำ ได้แก่

    • อุณหภูมิ (Temperature) : 22-24°C
    • ความชื้นสัมพัทธ์ (RH) : 50-60RH%
    • Air Changes per Hour (ACH) : 6-12 ACH
    • ระดับเสียงรบกวน (NC) : ไม่เกิน NC 35
    • การกรองอากาศ MERV 13 หรือ HEPA Filter
    • Fresh Air Supply : 20–30 CFM/คน
    • การถ่ายเทอากาศ : ​ระบบระบายอากาศ (Ventilation) ควรแยกออกจากส่วนอื่นของอาคาร

 

  • การระบายอากาศ (Ventilation)

ระบบระบายอากาศ (Ventilation) ในห้องทันตกรรม ควรมีการเติมอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกเข้าสู่ภายในอย่างน้อย 3 ACH โดยเครื่องเติมอากาศ OAU (Outdoor Air Unit) หรือ FFU (Fan Filter Unit) ซึ่งมีการติดตั้งแผ่นกรองอากาศ HEPA Filter เพื่อช่วยดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก และมีช่องระบายอากาศ (Exhaust) ในการระบายอากาศเสียจากห้องทันตกรรมออกสู่ภายนอก รวมถึงควบคุมความดันห้อง (Room Pressure) ให้อยู่ในสภาวะห้องแรงดันลบ (Negative Pressure Room) เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคออกจากห้องทันตกรรม

ตำแหน่งที่ติดตั้งช่องระบายอากาศเข้า (Supply Ventilation) และช่องระบายอากาศออก (Exhaust) ต้องอยู่ทิศทางตรงข้ามกัน รวมถึงจุดจ่ายลมเย็นและจุดระบายอากาศที่ต้องอยู่ตรงข้ามกันอีกด้วย ในส่วนของเครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) ควรจัดวางให้อยู่ตำแหน่งถัดจากปลายเท้าคนไข้ 

 

  • ทิศทางการไหลของอากาศ (Airflow Direction)

การควบคุมทิศทางการไหลของอากาศภายในห้องทันตกรรมเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ โดยอากาศควรจะไหลจากบริเวณพื้นที่ที่สะอาดมากไปยังพื้นที่ที่อากาศสะอาดน้อยก่อนปล่อยออกจากอาคารหรือหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบปรับอากาศ ซึ่งมีการติดตั้งแผ่นกรองอากาศประสิทธิภาพสูง (HEPA Filter

 

ข้อมูลอ้างอิง: – การจัดระบบอากาศในคลินิกทันตกรรม (ม.ป.ป.). ทันตแพทย์สมาคมแห่งประเทศไทย, จาก https://www.thaidental.or.th/main/download/upload/upload-206271727312478.pdf

– คุณภาพอากาศในคลินิกทันตกรรม Air Quality in Dental Clinic (2017). รัชนีอัมพรอร่ามเวทย์, จาก https://www.jdat.org/dentaljournal/download/2017RV0007

– การออกแบบระบบปรับอากาศสำหรับ ห้องทันตกรรม (2025). อ.เทพ สอนพื้นฐานการออกแบบงานระบบ HVAC, จาก https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0whEKPv4iHsErxh3QR2iHjSZTYC4aryhE3xVBxsEy23pGxKZXEBkU2CGcTKuyvGAKl&id=100057067405424

 

เครื่องฟอกอากาศที่มี HEPA Filter สำคัญต่อห้องทันตกรรมอย่างไร

เครื่องฟอกอากาศที่มี HEPA Filter สำคัญต่อห้องทันตกรรมอย่างไร

การติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) ที่มีแผ่นกรองอากาศ HEPA Filter (High-Efficiency Particulate Air Filter) ในห้องทันตกรรมคลินิกทำฟันเป็นการช่วยลดความเสี่ยงจากการแพร่เชื้อในอากาศ เนื่องจากแผ่นกรองอากาศ HEPA Filter ผลิตจากเส้นใยไฟเบอร์กลาส (Fiberglass) ซึ่งถักทอจนมีขนาดเล็กมาก จึงทำให้สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กมาก ๆ ได้ตามมาตรฐานกำหนด เช่น ASHRAE Standard 52.2 

โดยแผ่นกรองอากาศจะช่วยดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน ด้วยประสิทธิภาพมากกว่า 99.97% ซึ่งสามารถกรองเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส ฝุ่นละออง และละอองน้ำที่เกิดจากการทำฟันในห้องทันตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์จากน้ำยาฆ่าเชื้อและสารเคมีต่าง ๆ ที่ใช้ในคลินิกทำฟันอีกด้วย

 

รอยรั่วของแผ่นกรองอากาศ (HEPA Filter) สิ่งที่คลินิกทำฟันมักมองข้าม

ถึงแม้ว่าแผ่นกรองอากาศ HEPA Filter จะมีประสิทธิภาพสูงถึง 99.97% สำหรับการกรองอนุภาคในอากาศขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอนได้ แต่การทำงานของระบบกรองอากาศอาจไม่มีประสิทธิภาพจากการติดตั้งที่ไม่สมบูรณ์ ดังนั้นสิ่งที่คลินิกทำฟันส่วนใหญ่มักมองข้ามนั่นคือ “รอยรั่วของแผ่นกรองอากาศ นั่นเอง

รอยรั่วของแผ่นกรองอากาศสามารถเกิดขึ้นได้หลายจุดจากปะเก็นที่ติดตั้งไม่แน่นหนา การซีลขอบไม่สมบูรณ์ เกิดช่องว่างระหว่างกรอบของแผ่นกรองอากาศกับตัวเครื่องหรือช่องติดตั้ง หรือแผ่นกรองอากาศเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน

ซึ่งรอยรั่วเพียงเล็กน้อยนี้เองอาจทำให้อากาศเกิดการปนเปื้อนหรือเล็ดลอดผ่านรอยรั่วนั่นเข้าไปในห้องทันตกรรมได้โดยไม่ผ่านแผ่นกรองอากาศ จนทำให้คุณภาพอากาศภายในห้องลดลงและเสี่ยงต่อการปนเปื้อนหรือการติดเชื้อได้นั่นเอง ดังนั้นจึงต้องมีการตรวจสอบด้วยวิธีเฉพาะทาง ได้แก่ “Filter Installation Overall Leak Test” ซึ่งเป็นการทดสอบรอยรั่วของแผ่นกรองอากาศเพื่อทดสอบการติดตั้งแผ่นกรองอากาศ HEPA Filter ว่าไม่มีรอยรั่วเกิดขึ้นหรือมีอนุภาคใด ๆ เล็ดลอดผ่านรอยรั่วของแผ่นกรองไปได้

 

บทความแนะนำที่น่าสนใจ: 

 

บริการทดสอบรอยรั่วแผ่นกรองอากาศ Filter Installation Overall Leak Test

บริการทดสอบรอยรั่วแผ่นกรองอากาศ Filter Installation Overall Leak Test

“Q&E INTERNATIONAL” ผู้ให้บริการทดสอบรอยรั่วของแผ่นกรองอากาศ HEPA Filter ที่ติดตั้งในเครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) ด้วยวิธีการ Filter Installation Overall Leak Test ตามมาตรฐาน ISO 14644-3 และ NEBB เพื่อทดสอบการติดตั้งแผ่นกรองอากาศ HEPA Filter ในตู้ AHU (Air Handing Unit) หรือ Exhaust และ Air Cleaner สำหรับห้องผ่าตัด ห้องผู้ป่วยติดเชื้อ เครื่องส่งลมเย็น และเครื่องฟอกอากาศห้องทันตกรรม

โดยใช้เครื่อง Generator 5D ในการปล่อยฝุ่นจำลอง PAO (Poly Alpha Olefin) ที่ความเข้มข้นของอนุภาคประมาณ 20-80 µg/l เข้าไปยังเครื่องฟอกอากาศ และใช้เครื่อง Photometer 2i ในการสแกน โดยเสียบแท่งอะคริลิกเข้าไปตรงรูที่เจาะ ซึ่งเกณฑ์ในการยอมรับของมาตรฐานค่าต้องไม่เกิน 0.01% ของความเข้มข้นที่ใส่เข้าไป

 

ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง

Call: 095-748-7312, 081-595-3011

LINE ID: @248hrupy

Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 

Email: [email protected], [email protected]

Share :

ข่าวสารที่น่าสนใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า