02-019-7296 | 081-595-3011 | 095-748-7312

โรคลีเจียนแนร์ (Legionellosis) ภัยเสี่ยงปอดอักเสบที่แฝงในระบบปรับอากาศ

โรคลีเจียนแนร์ (Legionellosis) ภัยเสี่ยงปอดอักเสบที่แฝงในระบบปรับอากาศ

หลายคนอาจไม่รู้ว่าอากาศเย็นสบายที่เราได้รับจากแอร์หรือระบบปรับอากาศในออฟฟิศ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า บ้าน หรือคอนโดฯ อาจซ่อนภัยเงียบไว้นั่นคือ โรคลีเจียนแนร์ (Legionellosis)” หรือโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลันที่เกิดจากเชื้อ Legionella ซึ่งมักปนเปื้อนมากับละอองน้ำและอุปกรณ์ต่าง ๆ ของระบบปรับอากาศและระบบทําความเย็น โดยเฉพาะใน Cooling Tower หรือหอหล่อเย็น ซึ่งถ้าไม่มีการหมุนเวียนสภาพน้ำในระบบ หรือไม่มีการดูแลรักษาความสะอาดย่อมทำให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นแหล่งแพร่เชื้อของโรคลีเจียนแนร์ได้

หากพูดถึงโรคลีเจียนแนร์แล้วอาจจะฟังดูไกลตัว แต่จริง ๆ นั้นรุนแรงกว่าที่คิด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เพราะผู้ป่วยบางคนอาจป่วยหนักภายในไม่กี่วัน หรืออาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ซึ่งในประเทศไทยเองก็มีสภาพอากาศร้อนชื้นที่เอื้อต่อการเติบโตของเชื้อ Legionella ทำให้ทุกอาคารที่มีระบบปรับอากาศหรือหอหล่อเย็นเก่า ๆ มีความเสี่ยงสูงยิ่งขึ้น ถ้าเจ้าของอาคารไม่ใส่ใจเรื่องการบำรุงรักษา

บทความนี้จึงอยากพาทุกคนมารู้จักโรคลีเจียนแนร์ (Legionellosis) ให้มากขึ้น ทั้งสาเหตุ ลักษณะอาการของผู้ป่วย รวมถึงวิธีการป้องกันและดูแลระบบปรับอากาศในอาคารให้ปลอดจากภัยร้ายที่ทำลายปอดคุณ!

 

โรคลีเจียนแนร์ (Legionellosis) คืออะไร?

โรคลีเจียนแนร์ (Legionellosis) คืออะไร?

โรคลีเจียนแนร์ (Legionellosis) คือโรคติดเชื้อจากแบคทีเรีย Legionella pneumophila ในระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบได้จากแหล่งน้ำตามธรรมชาติและระบบน้ำในระบบปรับอากาศและระบบทำความเย็น รวมถึงหอหล่อเย็น (Cooling Tower) ของอาคาร 

การติดเชื้อ Legionella เกิดได้จากการติดต่อผ่านทางอากาศ (Airborne Transmission) โดยการสูดหายใจเอาละอองฝอยที่มีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอาการได้ 2 รูปแบบ คือ โรคไข้ปอนเตียกหรือโรคลีเจียนแนร์ชนิดไม่มีปอดอักเสบ (Pontiac Fever) และโรคปอดอักเสบลีเจียนแนร์ (Legionnaires’ Disease)

กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสติดโรคลีเจียนแนร์ (Legionellosis) 

  • กลุ่มผู้สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์
  • กลุ่มผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไป
  • กลุ่มบุคคลที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว
  • กลุ่มป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอด โรคเบาหวาน หรือผู้ป่วยมะเร็ง
  • กลุ่มผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ เช่น ไต หรือหัวใจ

 

ลักษณะอาการของโรคลีเจียนแนร์ 

ลักษณะอาการของโรคลีเจียนแนร์ 

โรคลีเจียนแนร์ (Legionellosis) สามารถก่อให้เกิดอาการได้ 2 รูปแบบ ได้แก่

  • โรคไข้ปอนเตียก หรือโรคลีเจียนแนร์ชนิดไม่มีปอดอักเสบ (Pontiac Fever)

รูปแบบอาการไม่รุนแรง มีระยะฟักตัวของเชื้อประมาณ 1-2 วัน และสามารถหายเองได้ภายใน 2-5 วัน โดยไม่ต้องรับการรักษาเฉพาะทาง ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และสูญเสียความสามารถในการรับรส 

  • โรคปอดอักเสบลีเจียนแนร์ (Legionnaires’ Disease) 

รูปแบบอาการรุนแรง มีระยะฟักตัวของเชื้อประมาณ 2-10 วัน ซึ่งผู้ป่วยโรคปอดอักเสบชนิดรุนแรงมีโอกาสเสียชีวิตประมาณ 15-20% โดยมีลักษณะอาการ ได้แก่ มีไข้สูงประมาณ 39-40°C  อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ ไอแห้ง มีเสมหะ หายใจไม่สะดวก เจ็บบริเวณทรวงอก และบางรายอาจมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น อาเจียน ท้องเสีย หรืออุจจาระร่วง เป็นต้น

 

แหล่งที่มาของการแพร่กระจายของโรคลีเจียนแนร์ 

การแพร่ระบาดของโรคลีเจียนแนร์ส่วนใหญ่ มักเกิดในสถานที่ที่มีระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ เช่น อาคารสำนักงาน ที่พักและโรงแรม หรือโรงพยาบาลและสถานพยาบาล โดยเฉพาะระบบปรับอากาศที่มีการใช้หอหล่อเย็น (Cooling Tower) ซึ่งเป็นแหล่งในการแพร่กระจายหลักที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ Legionella สู่คนจากการปล่อยละอองน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อและแพร่กระจายสู่ภายในอาคาร

ปัจจัยที่มีผลต่อการแพร่ระบาดของโรคลีเจียนแนร์

  • ลักษณะและปริมาณของเชื้อ Legionella 
  • ผู้รับเชื้อที่ไวต่อโรค (Susceptible Host)
  • ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (EMS)
  • สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการขยายพันธุ์
  • ปริมาณแหล่งอาหารของเชื้อแบคทีเรีย

 

แหล่งการแพร่กระจายของโรคลีเจียนแนร์

  • ระบบน้ำร้อนรวม (Hot Water System)
  • ระบบปรับอากาศและระบบระบายอากาศ (HVAC System)
  • ถังพักน้ำและถังเก็บน้ำ (Storage Tank)
  • หัวก๊อกน้ำและฝักบัวอาบน้ำ (Tap and Shower)
  • ระบบท่อน้ำในลักษณะปิด (Pipes System)
  • ระบบการจัดการทั่วไป (Management)
  • ระบบหอหล่อเย็น (Cooling Tower)

 

แนวทางการป้องกันและควบคุมเชื้อ Legionella ในอาคาร

การป้องกันและควบคุมโรคลีเจียนแนร์สามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงสภาวะที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อ Legionella ในระบบปรับอากาศและหอหล่อเย็นของอาคาร เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อจากระบบปรับอากาศสู่ผู้คนภายในอาคาร โดยมีแนวทางปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • ตรวจสอบและทำความสะอาดระบบปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ
  • ป้องกันการเกิดภาวะน้ำนิ่ง เพื่อไม่ให้เกิดการตกค้างของสาร Biocide
  • ทําความสะอาดถังพักนํ้าและถังเก็บนํ้าไม่ให้มีตะกอนหรือตะไคร่น้ำ
  • จำกัดแหล่งเพาะพันธ์ุเชื้อ Legionella ไม่ให้สามารถเจริญเติบโตได้
  • แก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในระบบปรับอากาศและหอหล่อเย็น
  • ซ่อมบำรุงส่วนที่ชำรุดของระบบท่อน้ำและระบบ Cooling Tower
  • ควบคุมลักษณะการกระจายตัวของละอองน้ำไม่ให้แพร่กระจายเชื้อโรค

 

ข้อมูลอ้างอิง: – กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. (ม.ป.ป.). โรคลีเจียนเนลโลลิส (Legionellosis) คืออะไร?, จาก https://nih.dmsc.moph.go.th/data/data/fact_sheet/64/nihfactsheet64-6.pdf

– สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย. (ม.ป.ป.). โรคลีเจียนแนร (LEGIONELLOSIS), จาก https://www.pidst.net/userfiles/f4.pdf

– สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (ม.ป.ป.). การควบคุมเฝ้าระวังปัญหาการแพร่ระบาดโรคลีเจียนแนร์, จาก https://env.anamai.moph.go.th/web-upload/migrated/files/env/n511_c199bc80525b0c079631a534767603ba_a018.pdf

 

ทดสอบและปรับแต่งระบบน้ำในระบบปรับอากาศ ลดโอกาสเกิดโรคลีเจียนแนร์ กับ “Q&E INTERNATIONAL” 

ทดสอบและปรับแต่งระบบน้ำในระบบปรับอากาศ ลดโอกาสเกิดโรคลีเจียนแนร์ กับ “Q&E INTERNATIONAL” 

“Q&E INTERNATIONAL” ผู้ให้บริการตรวจสอบและปรับแต่งระบบน้ำในระบบปรับอากาศ หรือ Testing Adjusting and Balancing (TAB) สำหรับอาคาร ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา โรงงาน โรงพยาบาล โรงแรม ฯลฯ เพื่อให้ระบบปรับอากาศสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานด้านระบบปรับอากาศสำหรับอาคาร 

พร้อมช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคลีเจียนแนร์ (Legionellosis) ซึ่งสาเหตุหลักจากการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียในระบบปรับอากาศ เพื่อช่วยให้เจ้าของอาคารมั่นใจได้ว่าระบบปรับอากาศและหอหล่อเย็น (Cooling Tower) ของคุณปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อ Legionella 

โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ในการทดสอบมากกว่า 6 ปี และได้รับการรับรองจากสถาบัน “NEBB” (National Environmental Balancing Bureau) ในสาขา Testing Adjusting and Balancing (TAB) ที่กำหนดมาตรฐานและประเมินคุณภาพในด้านการตรวจสอบและปรับสมดุลระบบ HVAC (Heating, Ventilation, and Air Conditioning)

ครอบคลุมการทดสอบระบบปรับอากาศ (HVAC) ดังนี้

  • การปรับสมดุลของระบบน้ำ (Water System) และระบบลม (Air System)
  • การปรับแต่งระบบทั้งหมดเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของการออกแบบระบบ
  • การวัดค่าต่าง ๆ ทางระบบไฟฟ้า (Electrical Measurement)
  • การสร้างประสิทธิภาพเชิงปริมาตรของอุปกรณ์ทั้งหมด (Quantitative Performance of Equipment)
  • การตรวจสอบการทำงานของระบบควบคุมอัตโนมัติและลำดับการทำงาน (Automatic Control System)
  • การวัดระดับเสียงและการสั่นสะเทือน (Sound and Vibration Measurement)

 

คลิกอ่านเพิ่มเติม: ทำไมถึงควรทำ Testing Adjusting and Balancing (TAB) สำหรับระบบปรับอากาศในอาคาร

 

ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง

Call: 095-748-7312, 081-595-3011

LINE ID: @248hrupy

Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 

Email: [email protected], [email protected]

Share :

ข่าวสารที่น่าสนใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า