ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคนี้เทคโนโลยี ระบบดิจิทัล และ Artificial intelligence (AI) ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา จึงทำให้ศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center เป็นโครงสร้างสำคัญที่มีการใช้พลังงานปริมาณมากในการจัดเก็บข้อมูล ประมวลผล และกระจายข้อมูลอย่างทั่วถึง
ซึ่งเรื่องประสิทธิภาพการใช้พลังงานก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เราทุกคนต่างให้ความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีการใช้พลังงานจำนวนมหาศาล แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าศูนย์ข้อมูลของเราใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่?
จึงทำให้มีหนึ่งในตัวชี้วัดที่ถูกนำมาใช้ประเมินประสิทธิภาพด้านพลังงานของData Center คือ “PUE (Power Usage Effectiveness)” ที่ช่วยสะท้อนให้เห็นว่าพลังงานที่ใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์ถูกส่งไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใดนั่นเอง
PUE (Power Usage Effectiveness) คืออะไร?
PUE (Power Usage Effectiveness) คือ เกณฑ์การวัดประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ Data Center ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย The Green Grid Association ของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นตัวชี้วัดค่าพลังงานทั้งหมดที่ป้อนเข้าสู่ดาต้าเซ็นเตอร์ว่ามีสัดส่วนเท่าใดที่ถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์ IT ภายในระบบ
สูตรคำนวณพื้นฐานของ PUE
PUE =Total Facility Power/IT Equipment Power
- Total Facility Energy: พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดที่ใช้ใน Data Center
- IT Equipment Energy: พลังงานไฟฟ้าที่ส่งตรงไปใช้งานกับอุปกรณ์ IT
“ยิ่งค่า PUE ต่ำมากเพียงใด หมายความว่าพลังงานส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์ IT โดยตรง ซึ่งสะท้อนถึงศูนย์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูงนั่นเอง”
ตาราง: ค่า PUE และระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ Data Center
ค่า PUE เกี่ยวข้องกับ Data Center อย่างไร? ทำไมต้องให้ความสำคัญ
ค่า PUE เป็นตัวเลขสำคัญที่ช่วยให้ผู้ดูแลดาต้าเซ็นเตอร์มองเห็นภาพรวมของการใช้พลังงานว่าคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด ซึ่งนำไปสู่ต้นทุนการดำเนินงานในธุรกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลังงานปริมาณมาก โดยความสำคัญหลักของค่า PUE ที่มีต่อ Data Center ตัวอย่างเช่น:
- ลดต้นทุนการดำเนินงาน: การรู้ค่า PUE ช่วยสะท้อนให้เห็นว่าศูนย์ข้อมูลมีการใช้พลังงานมากน้อยและคุ้มค่าเพียงใด หากปรับปรุงระบบจนค่า PUE ต่ำจะเป็นการช่วยลดค่าไฟฟ้าในดาต้าเซ็นเตอร์ได้
- วางแผนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานได้: ค่า PUE สามารถใช้เป็นตัวชี้ัดเพื่อระบุปัญหาและแก้ไขจุดที่มีการสูญเสียพลังงานเกินความจำเป็นใน Data Center ได้
- ดำเนินตามข้อกำหนดมาตรฐาน: หลายองค์กรที่กำกับดูแลเรื่อง Data Center เริ่มมีการกำหนดค่า PUE ขั้นต่ำที่ศูนย์ข้อมูลต้องปฏิบัติตาม
- เสริมภาพลักษณ์องค์กรด้านความยั่งยืน (Sustainability) และ ESG: การบริหารจัดการค่า PUE ได้ดีเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดขององค์กรที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจได้อีกด้วย
บทความเรื่อง Data Center ที่น่าสนใจ:
- ระบบปรับอากาศในห้อง Data Center ที่ดีควรเป็นอย่างไร ?
- Precision Air Conditioning (PAC) สำคัญต่อระบบปรับอากาศในห้อง Data Center อย่างไร
- ทำไมระบบ Liquid Cooling จึงจำเป็นต่อศูนย์ข้อมูล Data Center?
การวัดค่า PUE ตามมาตรฐานของสมาคม ASHRAE
สมาคม ASHRAE (American Society of Heating, Refrigerating and Air-Conditioning Engineers) ได้กำหนดแนวทางและมาตรฐานสภาวะแวดล้อมภายในดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อให้การวัดค่า PUE (Power Usage Effectiveness) มีความถูกต้องและแม่นยำตามระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยสามารถแบ่งออกได้ 3 Category ตามจุดที่ทำการวัดค่า IT load ดังตางรางต่อไปนี้
ตาราง: 3 ระดับการวัดค่า PUE ของ The Green Grid
ทำไมค่า PUE ถึงเป็นกุญแจสู่ Green Data Center
เป้าหมายของ Green Data Center คือการบริหารจัดการทรัพยากรและพลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งระบบให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะฉะนั้นค่า PUE จึงเปรียบเสมือนตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยสะท้อนว่าพลังงานที่ศูนย์ข้อมูลใช้ไปนั้นถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่สูญเปล่า และช่วยให้เกิดข้อดีมากมาย เช่น
- ลดการใช้พลังงานในดาต้าเซ็นเตอร์ที่ไม่จำเป็น
- ลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาว
- เพิ่มประสิทธิภาพของระบบทำความเย็นและระบบจ่ายไฟ
- ลดผลกระทบจากการใช้พลังงานต่อสิ่งแวดล้อม
- สนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร
แนวทางลดค่า PUE เพื่อก้าวสู่ Green Data Center
- ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบทำความเย็นหรือระบบระบายความร้อนที่ใช้พลังงานสูง
- ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า หรือเปลี่ยน Server/UPS ให้มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดไฟ
- ปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศ (Airflow Management) ป้องกันลมเย็นรั่วก่อนถูกส่งไปยังอุปกรณ์ IT
- อัปเกรดอุปกรณ์ IT และบริหารจัดการโหลดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
- ใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) หรือพลังงานสะอาดมาใช้ร่วมกับระบบไฟฟ้าหลัก
ปรับปรุงระบบปรับอากาศเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานใน Data Center กับ “Q&E INTERNATIONAL”
“Q&E INTERNATIONAL” ให้บริการทดสอบและปรับแต่งระบบปรับอากาศ Testing, Adjusting and Balancing (TAB) สำหรับศูนย์ข้อมูล Data Center ตามมาตรฐานสากลจาก NEBB โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงด้านระบบทำความเย็นของดาต้าเซ็นเตอร์
เพื่อให้มั่นใจว่าระบบระบายความร้อนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตรงตามมาตรฐานที่ออกแบบไว้ ซึ่งสำคัญอย่างมากสำหรับ Data Center ที่ต้องควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการทำงานของ Server และอุปกรณ์ IT ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ยังให้บริการ Temperature Mapping เพื่อตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ในพื้นที่อย่างห้องเซิร์ฟเวอร์และ Data Center โดยสามารถระบุจุดวิกฤต ทั้งจุดที่มีอุณหภูมิสูง (Hot Spot) จุดที่มีอุณหภูมิต่ำ (Cold Spot) และจุดใดที่มีความผันผวนของอุณหภูมิเกิดขึ้นภายในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ
ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง
Call: 095-748-7312, 081-595-3011
LINE ID: @248hrupy
Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Email: [email protected]








