02-019-7296 | 081-595-3011 | 095-748-7312

“PUE” (Power Usage Effectiveness) ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการใช้พลังงาน สู่เส้นทาง Green Data Center

“PUE” (Power Usage Effectiveness) ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการใช้พลังงาน สู่เส้นทาง Green Data Center

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคนี้เทคโนโลยี ระบบดิจิทัล และ Artificial intelligence (AI) ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา จึงทำให้ศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center เป็นโครงสร้างสำคัญที่มีการใช้พลังงานปริมาณมากในการจัดเก็บข้อมูล ประมวลผล และกระจายข้อมูลอย่างทั่วถึง

ซึ่งเรื่องประสิทธิภาพการใช้พลังงานก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เราทุกคนต่างให้ความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีการใช้พลังงานจำนวนมหาศาล แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าศูนย์ข้อมูลของเราใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่?

จึงทำให้มีหนึ่งในตัวชี้วัดที่ถูกนำมาใช้ประเมินประสิทธิภาพด้านพลังงานของData Center คือ “PUE (Power Usage Effectiveness)” ที่ช่วยสะท้อนให้เห็นว่าพลังงานที่ใช้ในดาต้าเซ็นเตอร์ถูกส่งไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใดนั่นเอง

 

PUE (Power Usage Effectiveness) คืออะไร?

PUE (Power Usage Effectiveness) คืออะไร?

PUE (Power Usage Effectiveness) คือ เกณฑ์การวัดประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ Data Center ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย The Green Grid Association ของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นตัวชี้วัดค่าพลังงานทั้งหมดที่ป้อนเข้าสู่ดาต้าเซ็นเตอร์ว่ามีสัดส่วนเท่าใดที่ถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์ IT ภายในระบบ

สูตรคำนวณพื้นฐานของ PUE

PUE =Total Facility Power/IT Equipment Power

  • Total Facility Energy: พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดที่ใช้ใน Data Center
  • IT Equipment Energy: พลังงานไฟฟ้าที่ส่งตรงไปใช้งานกับอุปกรณ์ IT

 

“ยิ่งค่า PUE ต่ำมากเพียงใด หมายความว่าพลังงานส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์ IT โดยตรง ซึ่งสะท้อนถึงศูนย์ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูงนั่นเอง”

ตาราง: ค่า PUE และระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ Data Center

ตาราง: ค่า PUE และระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ Data Center

 

ค่า PUE เกี่ยวข้องกับ Data Center อย่างไร? ทำไมต้องให้ความสำคัญ

ค่า PUE เป็นตัวเลขสำคัญที่ช่วยให้ผู้ดูแลดาต้าเซ็นเตอร์มองเห็นภาพรวมของการใช้พลังงานว่าคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด ซึ่งนำไปสู่ต้นทุนการดำเนินงานในธุรกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลังงานปริมาณมาก โดยความสำคัญหลักของค่า PUE ที่มีต่อ Data Center ตัวอย่างเช่น:

  • ลดต้นทุนการดำเนินงาน: การรู้ค่า PUE ช่วยสะท้อนให้เห็นว่าศูนย์ข้อมูลมีการใช้พลังงานมากน้อยและคุ้มค่าเพียงใด หากปรับปรุงระบบจนค่า PUE ต่ำจะเป็นการช่วยลดค่าไฟฟ้าในดาต้าเซ็นเตอร์ได้
  • วางแผนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานได้: ค่า PUE สามารถใช้เป็นตัวชี้ัดเพื่อระบุปัญหาและแก้ไขจุดที่มีการสูญเสียพลังงานเกินความจำเป็นใน Data Center ได้
  • ดำเนินตามข้อกำหนดมาตรฐาน: หลายองค์กรที่กำกับดูแลเรื่อง Data Center เริ่มมีการกำหนดค่า PUE ขั้นต่ำที่ศูนย์ข้อมูลต้องปฏิบัติตาม
  • เสริมภาพลักษณ์องค์กรด้านความยั่งยืน (Sustainability) และ ESG: การบริหารจัดการค่า PUE ได้ดีเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดขององค์กรที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจได้อีกด้วย

 

บทความเรื่อง Data Center ที่น่าสนใจ:

 

การวัดค่า PUE ตามมาตรฐานของสมาคม ASHRAE

สมาคม ASHRAE (American Society of Heating, Refrigerating and Air-Conditioning Engineers) ได้กำหนดแนวทางและมาตรฐานสภาวะแวดล้อมภายในดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อให้การวัดค่า PUE (Power Usage Effectiveness) มีความถูกต้องและแม่นยำตามระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยสามารถแบ่งออกได้ 3 Category ตามจุดที่ทำการวัดค่า IT load ดังตางรางต่อไปนี้

ตาราง: 3 ระดับการวัดค่า PUE ของ The Green Grid

ตาราง: 3 ระดับการวัดค่า PUE ของ The Green Grid

 

ทำไมค่า PUE ถึงเป็นกุญแจสู่ Green Data Center

เป้าหมายของ Green Data Center คือการบริหารจัดการทรัพยากรและพลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งระบบให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะฉะนั้นค่า PUE จึงเปรียบเสมือนตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยสะท้อนว่าพลังงานที่ศูนย์ข้อมูลใช้ไปนั้นถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่สูญเปล่า และช่วยให้เกิดข้อดีมากมาย เช่น

  • ลดการใช้พลังงานในดาต้าเซ็นเตอร์ที่ไม่จำเป็น
  • ลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาว
  • เพิ่มประสิทธิภาพของระบบทำความเย็นและระบบจ่ายไฟ
  • ลดผลกระทบจากการใช้พลังงานต่อสิ่งแวดล้อม
  • สนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร

 

แนวทางลดค่า PUE เพื่อก้าวสู่ Green Data Center

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบทำความเย็นหรือระบบระบายความร้อนที่ใช้พลังงานสูง
  • ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า หรือเปลี่ยน Server/UPS ให้มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดไฟ
  • ปรับปรุงการไหลเวียนของอากาศ (Airflow Management) ป้องกันลมเย็นรั่วก่อนถูกส่งไปยังอุปกรณ์ IT
  • อัปเกรดอุปกรณ์ IT และบริหารจัดการโหลดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  • ใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) หรือพลังงานสะอาดมาใช้ร่วมกับระบบไฟฟ้าหลัก

 

ปรับปรุงระบบปรับอากาศเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานใน Data Center กับ “Q&E INTERNATIONAL”

“Q&E INTERNATIONAL” ให้บริการทดสอบและปรับแต่งระบบปรับอากาศ Testing, Adjusting and Balancing (TAB) สำหรับศูนย์ข้อมูล Data Center ตามมาตรฐานสากลจาก NEBB โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงด้านระบบทำความเย็นของดาต้าเซ็นเตอร์

เพื่อให้มั่นใจว่าระบบระบายความร้อนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตรงตามมาตรฐานที่ออกแบบไว้ ซึ่งสำคัญอย่างมากสำหรับ Data Center ที่ต้องควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการทำงานของ Server และอุปกรณ์ IT ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ยังให้บริการ Temperature Mapping เพื่อตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ในพื้นที่อย่างห้องเซิร์ฟเวอร์และ Data Center โดยสามารถระบุจุดวิกฤต ทั้งจุดที่มีอุณหภูมิสูง (Hot Spot) จุดที่มีอุณหภูมิต่ำ (Cold Spot) และจุดใดที่มีความผันผวนของอุณหภูมิเกิดขึ้นภายในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ

 

ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง

Call: 095-748-7312, 081-595-3011

LINE ID: @248hrupy

Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

Email: [email protected]

Share :

ข่าวสารที่น่าสนใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า