หากพูดถึงการควบคุมสภาพแวดล้อมภายในห้องคลีนรูม (Cleanroom) หลายคนมักจะนึกถึงเรื่องอุณหภูมิและอนุภาคในอากาศ แต่ความจริงแล้วยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่ถูกมองข้ามบ่อยครั้งนั่นคือเรื่อง “ความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity)” ซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมที่มีการใช้ห้องคลีนรูมที่ต้องการความละเอียดหรือความแม่นยำสูง หากระดับความชื้นสูงและต่ำเกินไปหรือเกิดไม่สมดุลขึ้นมา ย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของห้องคลีนรูมนั่นเอง
ดังนั้นเพื่อให้ห้องคลีนรูมของคุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การควบคุมระดับความชื้นสัมพัทธ์ให้มีความเหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นพื้นฐานของการรักษาสภาพแวดล้อมและความเสถียรภายในห้องคลีนรูมให้มีความคงที่และเลี่ยงการเกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นอีกด้วย
- อ่านเพิ่มเติมเรื่อง: อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity) สำคัญต่อห้องคลีนรูม (Cleanroom) อย่างไร
ความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity) คืออะไร?
Relative Humidity (%RH) หรือ ความชื้นสัมพัทธ์ คือ ปริมาณไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศเมื่อเทียบกับปริมาณไอน้ำสูงสุดที่อากาศสามารถกักเก็บไว้ได้ก่อนถึงจุดอิ่มตัวหรือเกิดการควบแน่นออกมาเป็นหยดน้ำ โดยมีหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ (%RH) ซึ่งค่าความชื้นสัมพัทธ์จะเปลี่ยนแปลงไปตามอุณหภูมิของอากาศ เช่น หากอุณหภูมิสูงขึ้นความชื้นในอากาศจะลดลง และในทางกลับกันหากอุณหภูมิต่ำลงระดับความชื้นในอากาศจะสูงขึ้นนั่นเอง
ทำไมห้องคลีนรูมต้องควบคุมระดับความชื้นสัมพัทธ์
สำหรับห้องคลีนรูม (Cleanroom) การควบคุมอนุภาคและสิ่งปนเปื้อนให้อยู่ในระดับที่กำหนดอาจไม่เพียงพอ เพราะ “ความชื้นในอากาศ” ต่างก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากความชื้นถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมใน Cleanroom
หากระดับความชื้นสัมพัทธ์สูงหรือต่ำเกินไปจะส่งผลต่อการควบแน่นของไอน้ำ การเกิดไฟฟ้าสถิต (ESD) หรือความเสถียรของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดังนั้นการควบคุมความชื้นในอากาศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับห้องคลีนรูม ซึ่งอยู่ที่ค่าความชื้น 40%RH – 60%RH โดยประมาณ จะช่วยลดโอกาสเกิดการปนเปื้อน เพิ่มความปลอดภัย และยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือภายในห้องคลีนรูมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลกระทบหากระดับความชื้นไม่เหมาะสมต่อห้องคลีนรูม
การที่ระดับความชื้นในห้องคลีนรูมไม่ถูกควบคุมให้อยู่ในค่าที่เหมาะสม ย่อมนำมาซึ่งปัญหาที่ตามมามากมาย เช่น
- ระดับความชื้นต่ำเกินไป: หากระดับความชื้นในอากาศต่ำเกินไปจะทำให้สภาพแวดล้อมภายในห้องคลีนรูมแห้ง และความต้านทานของพื้นผิวจะเพิ่มขึ้นทำให้เกิดการสะสมประจุไฟฟ้าสถิต (ESD) ได้ง่าย ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายต่อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์ที่มีความไวสูงได้ รวมถึงทำให้อนุภาคฝุ่นเบาและฟุ้งกระจายในอากาศได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
- ระดับความชื้นสูงเกินไป: อากาศที่ชื้นจัดเป็นสภาวะที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา แบคทีเรีย และจุลินทรีย์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ยาหรืออาหาร รวมถึงเสี่ยงต่อการกัดกร่อนโลหะของอุปกรณ์หรือเครื่องมือต่าง ๆ ในห้องคลีนรูมได้
ไม่เพียงเท่านี้หากระดับความชื้นในอากาศไม่สมดุล อาจทำให้ระบบปรับอากาศและระบบระบายอากาศ (HVAC System) ของห้องคลีนรูมทำงานหนักจนเกินไปและเพิ่มการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็น เพราะฉะนั้นการรักษาระดับความชื้นสัมพัทธ์ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสภาพแวดล้อมของห้องคลีนรูมนั่นเอง
หน้าที่ของเครื่องเพิ่มความชื้น (Humidifier) และเครื่องลดความชื้น (Dehumidifier)
การรักษาระดับความชื้นสัมพัทธ์ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมจำเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์เฉพาะ โดยปกติแล้วในระบบปรับอากาศ (HVAC System) จะมีการติดตั้ง “เครื่องเพิ่มความชื้น (Humidifier)” และ “เครื่องลดความชื้น (Dehumidifier)” เพื่อรักษาระดับความชื้นในอากาศให้อยู่ในระดับคงที่และเหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมการทำงานภายในห้องคลีนรูม
- เครื่องเพิ่มความชื้น (Humidifier): ทำหน้าที่ในการเพิ่มปริมาณไอน้ำในอากาศ เมื่อต้องควบคุมไม่ให้ระดับความชื้นต่ำกว่าค่าที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะในช่วงสภาพอากาศแห้ง
- เครื่องลดความชื้น (Dehumidifier): ทำหน้าที่ในการลดปริมาณความชื้นส่วนเกินในอากาศ เมื่อระดับความชื้นภายในห้องสูงกว่าค่าที่กำหนดไว้ เพื่อป้องกันการควบแน่นเป็นหยดน้ำ
การตรวจสอบความชื้นสัมพัทธ์ในห้องคลีนรูม
เพื่อความแม่นยำในการควบคุมระดับความชื้นในห้องคลีนรูม “การตรวจสอบค่าความชื้นสัมพัทธ์” โดยการใช้อุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นที่มีความแม่นยำสูง เพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของความชื้นในอากาศเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing)
ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทดสอบเพื่อการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นของระบบปรับอากาศภายในห้องคลีนรูม รวมถึงตรวจสอบความผิดปกติของช่องแอร์หรือช่องลม โดยมีขั้นตอนในการทดสอบอุณหภูมิและความชื้น ดังนี้
- ตรวจสอบความสมบูรณ์โดยทำการทดสอบ การปรับแต่ง และการปรับสมดุลของระบบปรับอากาศ : Testing Adjusting and Balancing (TAB) ก่อนดำเนินการทดสอบนี้
- ระบบปรับอากาศ HVAC จะต้องทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเริ่มทำการทดสอบ
- ทำการแบ่งพื้นที่ทดสอบเป็นตารางขนาดไม่เกิน 40 ตารางเมตร และทำการวัดค่าอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์อย่างน้อย 1 ตำแหน่ง
- ให้โพรบของมิเตอร์อยู่ที่ความสูง 1,000 mm จากพื้น และวัดที่ระยะ 150 mm เหนือสิ่งกีดขวาง
- ทำการบันทึกค่าอย่างน้อยทุก ๆ 1 นาที สำหรับการทดสอบ
“Q&E INTERNATIONAL” บริการตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นสำหรับห้องคลีนรูม
“Q&E INTERNATIONAL” ให้บริการทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) อ้างอิงการทดสอบตามมาตรฐานสากล CPT (Cleanroom Performance Testing) โดยสถาบัน NEBB ที่มีชื่อเสียง เพื่อให้มั่นใจว่าห้องคลีนรูมของคุณสามารถรักษาสภาพแวดล้อมได้ตรงตามที่มาตรฐานกำหนด เช่น ISO 14644 หรือ GMP PIC/S เป็นต้น
ให้บริการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญของ Q&E INTERNATIONAL ที่มีประสบการณ์ในการทดสอบห้องคลีนรูมในหลากหลายอุตสาหกรรมมานานกว่า 6 ปี พร้อมจัดทำรายงานผลวิเคราะห์อย่างละเอียดให้ห้องคลีนรูมของคุณอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมต่อการใช้งานและกระบวนการผลิตอย่างแท้จริง
ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง
Call: 095-748-7312, 081-595-3011
LINE ID: @248hrupy
Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Email: [email protected], [email protected]







