สงสัยไหม? ทำไมระบบ HVAC หรือระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ในอาคาร โรงงานอุตสาหกรรม หรือห้างสรรพสินค้า ถึงสามารถทำความเย็นได้อย่างต่อเนื่องทั้ง ๆ ที่ต้องแบกรับภาระความร้อนตลอด 24 ชั่วโมง นั่นเป็นเพราะมีอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยระบายความร้อนของน้ำที่ใช้หมุนเวียนในระบบ เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่องทำความเย็นหรือชิลเลอร์ (Chiller) สิ่งนั้นคือ “หอหล่อเย็น หรือ คูลลิ่งทาวเวอร์ (CoolingTower)” นั่นเอง
มารู้จักกันว่า Cooling Tower คืออะไร? มีหน้าที่สำคัญอย่างไรในระบบ HVAC และเหตุใดการตรวจสอบประสิทธิภาพ Testing, Adjusting and Balancing (TAB) จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คูลลิ่งทาวเวอร์และระบบปรับอากาศทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมประหยัดพลังงานในอาคารได้ในระยะยาว
Cooling Tower คืออะไร? มีหน้าที่อย่างไรในระบบปรับอากาศ
หอหล่อเย็น หรือ Cooling Tower คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ระบายความร้อนออกจากน้ำหล่อเย็นที่ใช้ในระบบทำความเย็นหรือจากชิลเลอร์ (Chiller) ทำให้อุณหภูมิของน้ำลดลง ก่อนหมุนเวียนถูกส่งกลับเข้าสู่ระบบเพื่อใช้ทำความเย็นต่อไป
โดยระบบปรับอากาศจำเป็นต้องมีคูลลิ่งทาวเวอร์ ช่วยควบคุมระดับอุณหภูมิของระบบให้เหมาะสมต่อการทำความเย็น เพื่อระบายความร้อนจากคอนเดนเซอร์ของระบบปรับอากาศ เมื่อคอนเดนเซอร์ทำให้สารทำความเย็นควบแน่นเป็นของเหลวและนำไปใช้ทำความเย็นจนน้ำหล่อเย็นในระบบมีอุณหภูมิสูงขึ้น จึงต้องมีคูลลิ่งทาวเวอร์เพื่อระบายความร้อนของน้ำให้เย็นลงและไหลกลับเข้าสู่ระบบปรับอากาศวนต่อไปเรื่อย ๆ นั่นเอง
อ่านเพิ่มเติมเรื่อง: HVAC System 101 : ข้อมูลพื้นฐานการปรับแต่งระบบปรับอากาศให้สมบูรณ์
Cooling Tower มีกี่แบบ? แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร
โดยทั่วไป Cooling Tower สามารถจำแนกประเภทออกเป็น 2 หลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
ประเภทของ Cooling Tower แบ่งตามลักษณะการหมุนเวียนของอากาศ
- Natural Draft Cooling Tower
คูลลิ่งทาวเวอร์แบบใช้ลมธรรมชาติในการระบายความร้อน โดยอาศัยการไหลเวียนของอากาศตามธรรมชาติ เมื่ออากาศร้อนลอยตัวยกสูงขึ้นทำให้เกิดการไหลของอากาศเย็นเข้ามาแทนที่ เพื่อลดอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็น โดยส่วนใหญ่หอหล่อเย็นประเภทนี้มักมีโครงสร้างสูงคล้ายปล่องคอนกรีต ติดตั้งในพื้นที่กลางแจ้งให้ลมพัดผ่านได้คล่องตัว
- Mechanical Draft Cooling Tower
คูลลิ่งทาวเวอร์แบบใช้พัดลมสร้างการไหลเวียนของอากาศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อน สามารถติดตั้งในที่ร่มได้และนิยมใช้ในอาคารหรือโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าแบบใช้ลมธรรมชาติ โดยสามารถแบ่งประเภทย่อยได้ออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่
- ชนิดพัดลมดูด (Induced Draft): ติดตั้งพัดลมด้านบนเพื่อดูดอากาศผ่านหอหล่อเย็น
- ชนิดพัดลมเป่า (Forced Draft): ติดตั้งพัดลมด้านล่างหรือด้านข้างเพื่อเป่าอากาศเข้าสู่หอหล่อเย็น
ประเภทของ Cooling Tower แบ่งตามทิศทางการแลกเปลี่ยนความร้อน
- Counterflow Cooling Tower
คูลลิ่งทาวเวอร์แบบทิศทางการเคลื่อนที่ของลมและน้ำขนานกัน โดยไหลสวนทางกันในแนวตั้ง น้ำจะหยดลงจากด้านบนลงล่าง ในขณะที่อากาศถูกพัดลมดูดสวนทางขึ้นมาจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบน
- Crossflow Cooling Tower
คูลลิ่งทาวเวอร์แบบทิศทางการเคลื่อนที่ของลมไหลตัดขวางตั้งฉากกับน้ำ โดยน้ำไหลในแนวตั้งขณะที่อากาศไหลผ่านในแนวนอน น้ำจะไหลจากด้านบนลงล่างตามแรงโน้มถ่วง แต่อากาศจะถูกดูดให้ไหลข้ามในแนวตั้งฉากตัดกับทิศทางน้ำที่กำลังไหลลงมา
สัญญาณที่บอกว่า Cooling Tower ของคุณเริ่มมีปัญหา?
- อุณหภูมิน้ำจากหอหล่อเย็นสูงกว่าค่ามาตรฐาน
- เครื่องทำความเย็น (Chiller) ทำงานหนักผิดปกติ ระบายความร้อนได้ไม่เต็มที่
- พัดลมหรือมอเตอร์มีเสียงดังหรือเกิดแรงสั่นสะเทือนผิดปกติ
- เกิดการกัดกร่อนของอุปกรณ์ในระบบคูลลิ่งทาวเวอร์
- อุปกรณ์ในระบบน้ำหล่อเย็นมีคราบตะกรัน ตะไคร่ หรือสิ่งสกปรกอุดตัน
- น้ำในระบบไม่มีคุณภาพ มีตะไคร่น้ำหรือตะกอนในอ่างเก็บน้ำ
ทำไม Cooling Tower ต้องได้รับการทดสอบและปรับสมดุล (TAB)
การทดสอบ ปรับแต่ง และปรับสมดุล (Testing, Adjusting and Balancing : TAB) การทำงานร่วมกันของอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในระบบปรับอากาศ (HVAC) แม้กระทั่งคูลลิ่งทาวเวอร์เอง จะทำให้ภาพรวมของระบบสามารถทำงานได้ตามค่าที่วิศวกรออกแบบไว้ โดยอาศัยการตรวจวัดค่าต่าง ๆ ด้วยเครื่องมือตรวจวัดที่ได้มาตรฐาน พร้อมวิเคราะห์และปรับแต่งระบบให้มีประสิทธิภาพสูงสุดโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
ซึ่งหากไม่ทำการทดสอบและปรับสมดุล (TAB) ระบบ อาจทำให้การกระจายลมและน้ำไม่สมดุล เกิดการใช้พลังงานสูงเกินความจำเป็นและอุปกรณ์ทำงานหนักเกินกว่าค่าที่ออกแบบไว้ รวมถึงช่วยลดการสึกหรอของอุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบปรับอากาศให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น
การทดสอบ Cooling Tower ครอบคลุมอะไรบ้าง?
- ตรวจสอบความสมบูรณ์ภายนอกของหอหล่อเย็น
- ตรวจสอบและทำความสะอาดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจวัดอัตราการไหลของน้ำและอากาศในระบบ
- ตรวจสอบระบบจ่ายน้ำและปริมาณการไหลของน้ำที่จ่าย
- ทดสอบประสิทธิภาพและอุณหภูมิของน้ำระหว่างใช้จริงกับค่าที่ออกแบบไว้
- ตรวจสอบประสิทธิภาพของพัดลม มอเตอร์ และชุดขับเคลื่อน
- ตรวจสอบพารามิเตอร์คุณภาพน้ำในระบบให้ได้มาตรฐาน
- ปรับสมดุลการไหลของน้ำในระบบปรับอากาศทั้งหมด
บทความเกี่ยวข้องที่น่าสนใจ:
- ทำไมถึงควรทำ Testing Adjusting and Balancing (TAB) สำหรับระบบปรับอากาศในอาคาร
- การปรับสมดุลระบบน้ำ (Water Side System) ในระบบปรับอากาศสำคัญอย่างไร
- ปัญหาที่พบเมื่อไม่ได้ทำการทดสอบ TAB (Testing Adjusting and Balancing) ในอาคาร
Q&E INTERNATIONAL ให้บริการ Testing, Adjusting and Balancing (TAB)
Q&E INTERNATIONAL ให้บริการ Testing, Adjusting and Balancing (TAB) สำหรับระบบปรับอากาศ (HVAC System) โดยทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทั้งในส่วนของ Professional และ Technician พร้อมเครื่องมือทดสอบตามมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และประหยัดพลังงาน
รับรองมาตรฐานระดับสากลจากสถาบันที่มีชื่อเสียง “NEBB” จากประเทศสหรัฐอเมริกา มาตรฐาน ISO 9001: 2015 และผ่านการอบรมในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ สำหรับการทดสอบและปรับแต่งระบบน้ำในระบบปรับอากาศ หลักสูตรวิชาชีพวิศวกรปรับแต่งระบบน้ำโครงการ Thai TAB จากสมาคมวิศวกรรมปรับอากาศแห่งประเทศไทย (ACAT)
ขอบเขตบริการครอบคลุมการทดสอบ:
- การปรับแต่งระบบลม (Air System)
- การปรับแต่งระบบน้ำ (Water System)
> ทดสอบ (Testing) โดยใช้เครื่องมือเฉพาะทางเพื่อวัดค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ตลอดจนปริมาณลมและน้ำ
> ปรับแต่ง (Adjusting) การไหลของระบบน้ำหรือความเร็วรอบพัดลม เพื่อให้สภาวะการทำงานของระบบปรับอากาศเหมาะสม และเป็นไปตามข้อกำหนดของสภาพแวดล้อมที่ได้ออกแบบและติดตั้งไว้มากที่สุด
> ปรับสมดุล (Balancing) ระบบน้ำและระบบลมตามวิธีการมาตรฐาน หรืออัตราส่วนที่เข้าสู่ระบบให้เป็นไปตามข้อกำหนดในการออกแบบและการทดสอบ
ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง
Call: 095-748-7312, 081-595-3011
LINE ID: @248hrupy
Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Email: [email protected]








