“ลมอัด” หรือ “อากาศอัด” (Compressed Air) เป็นพลังงานรูปแบบหนึ่งที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในภาคอุตสาหกรรมเพื่อการขับเคลื่อนเครื่องจักรในสายการผลิต ระบบอัตโนมัติ หรือระบบนิวเมติกส์ (Pneumatic System) ซึ่งล้วนแต่ต้องพึ่งพาลมอัดเป็นพลังงานในการควบคุมหรือขับเคลื่อนอุปกรณ์ต่าง ๆ
หากลมอัดมีสิ่งปนเปื้อนปะปนอยู่ไม่ว่าความชื้น น้ำมัน ฝุ่น หรือจุลินทรีย์ อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องจักรหรือกระบวนการผลิต รวมถึงส่งผลต่อคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยโดยตรง ดังนั้นการปรับปรุงคุณภาพลมอัดจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อช่วยป้องกันการปนเปื้อนใน ระบบอัดอากาศ หรือระบบ CDA ให้สามารถผลิตอากาศอัดที่มีคุณภาพสูงเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตได้
ทำไมต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพลมอัด
คุณภาพของลมอัดส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และต้นทุนในการใช้งานระบบอัดอากาศ (Compressed Air System) หากอากาศอัดแฝงไปด้วยสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ เช่น ความชื้น น้ำมัน หรือฝุ่นละออง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ลมอัดมีคุณภาพต่ำลงจะส่งผลให้ระบบลมอัดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อุปกรณ์ในระบบเกิดการสึกหรอเร็วขึ้น และมีโอกาสเกิดการขัดข้องหรือหยุดการผลิตโดยไม่คาดคิด
อีกทั้งสิ่งปนเปื้อนในลมอัดยังส่งผลต่อความปลอดภัยในการทำงาน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องการมาตรฐานความสะอาดสูง เช่น อาหาร ยา และอิเล็กทรอนิกส์ หากอากาศอัดไม่สะอาด อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนในกระบวนการผลิต กระทบต่อคุณภาพสินค้า และไม่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านมาตรฐานอุตสาหกรรม นอกจากนี้ความชื้นที่สะสมในระบบอัดอากาศยังทำให้เกิดการกัดกร่อนภายในท่อและอุปกรณ์ จนส่งผลให้ระบบเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรจะเป็นอีกด้วย
สิ่งปนเปื้อนในอากาศอัดมีอะไรบ้าง
ในระบบอัดอากาศ (Compressed Air System) อากาศที่ถูกดูดเข้ามาอัดแรงดันไม่ได้เป็นอากาศบริสุทธิ์ทั้งหมด แต่แฝงไปด้วยสิ่งปนเปื้อนที่ปะปนอยู่ในอากาศ หากไม่มีการจัดการและการปรับปรุงคุณภาพลมอัดอย่างเหมาะสม สิ่งปนเปื้อนเหล่านี้จะสะสมอยู่ในระบบลมอัดและส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของระบบ
สิ่งปนเปื้อนในอากาศอัดสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
- อนุภาค (Particles)
สิ่งปนเปื้อนที่พบได้ทั่วไปในลมอัด เช่น ฝุ่นละอองจากอากาศภายนอก หรือเศษวัสดุจากสนิมที่ผนังท่อ เศษโลหะจากการสึกหรอของอุปกรณ์ และคราบตะกรันที่สะสมภายในระบบ หากอนุภาคเหล่านี้ไหลไปกับลมอัดจะทำให้เกิดการอุดตันในวาล์ว ตัวกรอง และอุปกรณ์
- จุดน้ำค้าง (Dew Point)
ความชื้นถือเป็นหนึ่งในปัญหาหลักของระบบอัดอากาศ เมื่ออากาศเกิดการควบแน่นของไอน้ำในอากาศจนกลายเป็นของเหลว หรือหยดน้ำ จนเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสนิม การกัดกร่อน และการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในระบบ
- น้ำมัน (Oil Vapour)
น้ำมันในอากาศอัดอาจมาจากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นละอองน้ำมันและไอน้ำมันจากคอมเพรสเซอร์ รวมถึงหยดน้ำมันที่ปะปนมากับลมอัด ซึ่งสามารถส่งผลเสียต่อผลิตภัณฑ์ หรือเกิดคราบสกปรกและเกาะติดภายในท่อหรืออุปกรณ์ในระบบลมอัดได้
- จุลชีพ (Microbial)
จุลชีพในอากาศอัดมักเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นและสภาวะที่เอื้อต่อการเติบโต อาทิ แบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส และจุลินทรีย์ต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกิดการปนเปื้อนในกระบวนการผลิต และไม่เป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยในภาคอุตสาหกรรม
หากคุณภาพลมอัดไม่ดีจะส่งผลต่อระบบอัดอากาศอย่างไร
หากอากาศอัดมีคุณภาพต่ำเพราะสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ สะสมภายในระบบอัดอากาศจะส่งผลให้เกิดการกัดกร่อน การอุดตัน และการสึกหรอของอุปกรณ์ในระบบลมอัดอย่างรวดเร็ว รวมถึงส่งผลต่อประสิทธิภาพและการทำงานของอุปกรณ์ ซึ่งทำให้ระบบต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชยประสิทธิภาพที่สูญเสียไป นอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการหยุดการผลิตแล้ว ยังทำให้ต้นทุนด้านพลังงานและค่าซ่อมบำรุงสูงขึ้นในระยะยาวอีกด้วย
ผลกระทบของคุณภาพลมอัดต่อกระบวนการผลิต
คุณภาพลมอัด (Compressed Air) มีผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพการดำเนินงานของกระบวนการผลิต หากลมอัดเกิดมีความชื้นหรือสิ่งปนเปื้อนหลุดลอดเข้าสู่สายการผลิต ผลที่ตามมาอาจทำให้สินค้าเกิดตำหนิ คุณภาพสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด หรือเครื่องจักรในสายการผลิตเกิดขัดข้องจากคุณภาพอากาศอัดไม่ได้มาตรฐานจนทำให้สายการผลิตต้องหยุดชะงัก และอาจทำให้เกิดต้นทุนแฝงที่มีสาเหตุมากจากการละเลยการปรับปรุงคุณภาพลมอัด
คุณภาพลมอัดกับมาตรฐาน ISO 8573
“ISO 8573” มาตรฐานสากลที่ใช้กำหนดระดับความสะอาดของคุณภาพอากาศอัด โดยพิจารณาจากระดับการปนเปื้อนจากสิ่งปนเปื้อนหลัก 3 ประเภทในอากาศอัด ได้แก่ อนุภาคของแข็ง (Particle) น้ำ (Water) และน้ำมัน (Oil) ที่มีค่าและระดับแตกต่างกันออกไปตามข้อกำหนดที่เหมาะสมสำหรับการใช้งาน
โดยมาตรฐาน ISO 8573 ประกอบไปด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้
- ISO 8573-1 : ระดับสิ่งเจือปนและความสะอาด
- ISO 8573-2 : การทดสอบปริมาณละอองลอยในน้ำมัน (Oil Aerosol)
- ISO 8573-3 : การทดสอบสำหรับการวัดความชื้น (Humidity)
- ISO 8573-4 : การทดสอบปริมาณอนุภาคของแข็ง (Solid Particles)
- ISO 8573-5 : การทดสอบปริมาณไอน้ำมัน (Oil Vapour) และตัวทำละลายอินทรีย์ (Organic Solvent)
- ISO 8573-6 : การทดสอบปริมาณสารปนเปื้อนในรูปแบบก๊าซ (Gaseous Contaminant)
- ISO 8573-7 : การทดสอบปริมาณสารปนเปื้อนทางจุลชีววิทยาที่มีชีวิต (Viable Microbiological Contaminant)
- ISO 8573-8 : การทดสอบปริมาณอนุภาคของแข็งตามความเข้มข้นของมวล (Solid Particle Content by Mass Concentration)
- ISO 8573-9 : การทดสอบปริมาณน้ำที่เป็นของเหลว (Liquid Water)
คลิกอ่านเพิ่มเติมเรื่อง: ISO 8573 มาตรฐานสากลในการทดสอบระบบอัดอากาศ (Compressed Air System) สำหรับโรงงาน
ทำไมต้องตรวจวัดคุณภาพอากาศอัด
การตรวจสอบคุณภาพลมอัดในระบบอัดอากาศหรือระบบ CDA เป็นการประเมินประสิทธิภาพของระบบลมอัดว่ามีสิ่งปนเปื้อนเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่ เพื่อให้สามารถรับรู้ถึงปัญหาและหาแนวทางแก้ไขในการปรับปรุงคุณภาพลมอัดได้อย่างตรงจุด ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และเพื่อให้ระบบอากาศอัดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความเสถียรภาพมากขึ้น ตลอดจนช่วยประหยัดต้นทุนในการผลิต และลดค่าซ่อมบำรุงที่ไม่จำเป็น
- บทความเกี่ยวข้องที่น่าสนใจ : การทดสอบระบบอัดอากาศ (Compressed Air Testing) ในโรงงานอุตสาหกรรมสำคัญอย่างไร?
บริการทดสอบคุณภาพลมอัด โดย Q&E INTERNATIONAL
“Q&E INTERNATIONAL” ให้บริการทดสอบและตรวจวัดคุณภาพลมอัดในระบบอัดอากาศ (Compressed Air System) หรือระบบ CDA ครบวงจร ครอบคลุมการตรวจสอบสิ่งปนเปื้อนในอากาศอัดทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่ ฝุ่นละออง (Particles Test) จุดน้ำค้าง (Dew Point Test) น้ำมัน (Oil Vapour Test) และจุลชีพ (Microbial Test)
มั่นใจด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์และเครื่องมือที่ได้มาตรฐานสากล พร้อมให้คำแนะนำในการปรับปรุงระบบอัดอากาศให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ปลอดภัย และได้คุณภาพตามมาตรฐานสากล ISO 8573
ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง
Call: 095-748-7312, 081-595-3011
LINE ID: @248hrupy
Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Email: [email protected], [email protected]








