เมื่อพูดถึงพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนกลไกการทำงานของเครื่องจักรและอุปกรณ์ภายในโรงงานอุตสาหกรรมให้ดำเนินงานไปได้อย่างราบรื่น หลายคนมักนึกถึงพลังงานไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ หรือน้ำมันเชื้อเพลิง แต่นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งแหล่งพลังงานที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในการควบคุมเครื่องจักรและเครื่องมือต่าง ๆ นั่นคือ “ระบบอัดอากาศ (Compressed Air)” หรือที่หลายคนเรียกว่าระบบอากาศอัดนั่นเอง
ระบบอัดอากาศเป็นกระบวนการที่นำเอาอากาศจากภายนอกมาอัดให้ความดันสูงขึ้นก่อนจะถูกส่งผ่านท่อลมไปตามแต่ละจุดเพื่อใช้ในกระบวนการต่าง ๆ ภายในโรงงาน เช่น การเปิด-ปิดควบคุมวาล์ว (Valve) กระบอกสูบ (Cylinder) หรือการทำงานของเครื่องจักรและอุปกรณ์นิวเมติกส์ (Pneumatic) ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น
ระบบอัดอากาศ (Compressed Air) คืออะไร?
“Compressed Air System” หรือ “ระบบอัดอากาศ” คือ ระบบที่นำเอาอากาศจากภายนอกมาบีบอัดให้มีแรงดันสูงขึ้นด้วยเครื่องอัดอากาศ (Air Compressor) แล้วเก็บในถังพักลม ก่อนถูกจ่ายผ่านท่อลมไปยังจุดใช้งานเพื่อส่งพลังงานกลไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ภายในโรงงานอุตสาหกรรม
ซึ่ง “อากาศอัด” เป็นพลังงานในการขับเคลื่อนอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ ในกระบวนการผลิต เช่น วาล์วควบคุม เครื่องมือวัด เครื่องพ่นสี เครื่องเป่าแก้ว เบรกลม และอุปกรณ์ในระบบนิวเมติกส์ (Pneumatic System) เป็นต้น
ระบบอัดอากาศหรือระบบอากาศอัดได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากให้กำลังสูงแต่มีน้ำหนักเบา รวมถึงเป็นอากาศที่มีอยู่ทั่วไปและมีปริมาณไม่จำกัดสามารถดึงอากาศจากบรรยากาศภายนอกมาใช้งานได้ตลอด อีกทั้งยังไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมเมื่อเกิดการรั่วไหล
ความสำคัญของระบบอัดอากาศต่อโรงงานอุตสาหกรรม
ระบบอัดอากาศ (Compressed Air) เป็นพลังงานที่สำคัญสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมหลายประเภทในการขับเคลื่อนกระบวนการผลิตและเครื่องจักรให้ทำงาน โดยโรงงานที่ใช้อากาศอัดจะต้องเลือกเครื่องอัดอากาศให้เหมาะสมกับการใช้งาน และเข้าใจถึงหลักการทำงานให้เหมาะสมกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ ตลอดจนหมั่นตรวจสอบการรั่วไหลในระบบอากาศอัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตและให้เกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและมีส่วนช่วยในการอนุรักษ์พลังงาน
หลักการทำงานและองค์ประกอบของระบบอัดอากาศ
หลักการทำงานของระบบอัดอากาศ เริ่มที่การทำงานของเครื่องอัดอากาศ (Air Compressor) ดูดอากาศเข้าทางท่อลมเข้า (Air Intake) ผ่านเครื่องกรองอากาศ (Air Filter) เพื่อกรองสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ จากนั้นจึงถูกเพิ่มความดันก่อนเข้าถังเก็บอากาศหรือถังพักลม (Air Receiver Tank) และทำการลดอุณหภูมิให้ต่ำลงด้วยอุปกรณ์ระบายความร้อนหลังจากอัด (After-Cooler) และถูกส่งผ่านจากท่อจ่ายอากาศหลัก (Supply Line) และแยกตามการใช้งานผ่านท่อแยก (Branch) ไปยังเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในโรงงานอุตสาหกรรม
โดยส่วนประกอบของระบบอัดอากาศ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
- ระบบห้องเครื่องอัดอากาศ (Air Compressor Section)
อุปกรณ์หลักที่ทำหน้าที่ดูดอากาศจากภายนอกมาอัดให้มีแรงดันสูงขึ้น และปรับปรุงคุณภาพอากาศอัดให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมก่อนส่งต่อเข้าสู่ระบบส่งจ่ายอากาศอัด โดยมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
-
- เครื่องอัดอากาศ (Air Compressor)
- เครื่องกรองอากาศ (Air Filter)
- ชุดกรองละอองน้ำมัน (Oil Filter)
- อุปกรณ์ระบายความร้อนหลังการอัด (After-Cooler)
- ถังเก็บอากาศ (Air Receiver Tank)
- อุปกรณ์กำจัดความชื้น (Dryer)
- อุปกรณ์เก็บเสียง (Silencer)
- ระบบควบคุม (Control System)
- ระบบส่งจ่ายอากาศอัด (Distribution Section)
ส่วนประกอบสำหรับการส่งอากาศอัดไปยังจุดใช้งานต่าง ๆ ภายในโรงงานอุตสาหกรรม โดยต้องไม่มีการรั่วไหลเพื่อให้อากาศสามารถส่งไปยังเครื่องจักรและอุปกรณ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และลดการสูญเสียพลังงานอย่างสิ้นเปลือง โดยมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
-
- ท่อจ่ายลมหลัก (Supply Line)
- ท่อแยก (Branch)
- อุปกรณ์กรองฝุ่นและความชื้น (Filter)
- อุปกรณ์จ่ายน้ำมันหล่อลื่น (Lubricator)
- อุปกรณ์ปรับแรงดันลม (Air Regulator)
- ส่วนการใช้งานอากาศอัด
อุปกรณ์ที่ใช้อากาศอัด (End-use Equipment) ซึ่งเป็นส่วนสุดท้ายที่มีการใช้งานอากาศอัดสำหรับเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แก่ วาล์วควบคุม (Valve) กระบอกสูบ (Air Cylinder) เครื่องเป่าลม (Blower) เครื่องมือวัด ระบบนิวเมติกส์ (Pneumatic System) เครื่องพ่นสี เครื่องผสมสารเคมี หรือเครื่องเจาะถนนแบบกระแทก เป็นต้น
ประเภทของระบบอัดอากาศที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม
เครื่องอัดอากาศ (Air Compressor) ที่ถูกนำมาใช้ในระบบอัดอากาศโรงงานอุตสาหกรรมมีหลายประเภท ซึ่งสามารถจำแนกได้ตามลักษณะของวิธีการอัดอากาศ โดยหลัก ๆ สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
- ประเภทไดนามิก (Dynamic Compressor)
เครื่องอัดอากาศประเภทใช้หลักการเพิ่มความเร็วของอากาศด้วยการใช้ใบพัดหมุนที่มีความเร็วสูงแล้วเปลี่ยนความเร็วให้เป็นแรงดันให้มีการทำงานอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับงานที่ต้องการลมปริมาณสูงอย่างสม่ำเสมอ เช่น เครื่องอัดอากาศแบบแรงเหวี่ยง (Centrifugal Compressor), เครื่องอัดอากาศแบบไหลตามแกน (Axial Flow Compressor) เป็นต้น
- ประเภทปริมาตรแทนที่เชิงบวก (Positive Displacement Compressor)
เครื่องอัดอากาศประเภทใช้หลักการลดปริมาตรของอากาศที่ถูกดูดเข้ามาในช่องว่างที่จำกัด ทำให้เกิดแรงดันสูงขึ้น เหมาะสำหรับงานที่ต้องการแรงดันสูงและมีปริมาณลมที่สม่ำเสมอ ได้แก่ เครื่องอัดอากาศแบบลูกสูบ (Reciprocating Compressor), เครื่องอัดอากาศแบบสกรู (Screw Compressor), เครื่องอัดอากาศแบบใบพัดโรตารี่ (Rotary Vane Compressor) เป็นต้น
ทดสอบระบบอัดอากาศให้ได้มาตรฐาน ISO 8573 ต้อง “Q&E INTERNATIONAL”
“คุณภาพของอากาศอัด” ส่วนสำคัญที่ไม่ควรมีการปนเปื้อนหลงเหลืออยู่ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักรและอุปกรณ์ การสึกหรอ และความสม่ำเสมอของแรงดัน ดังนั้นการทดสอบระบบอัดอากาศ (Compressed Air Testing) จึงเป็นขั้นตอนที่ควรให้ความสำคัญเพื่อตรวจสอบคุณภาพของลมอัดตามมาตรฐาน ISO 8573 ให้ระบบอัดอากาศโรงงานอุตสาหกรรมมีประสิทธิภาพสูงสุด
Q&E INTERNATIONAL เราพร้อมให้บริการทดสอบระบบอัดอากาศแบบครบวงจร โดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อตรวจสอบการรั่วไหล วิเคราะห์ปัญหา และให้คำแนะนำในการปรับปรุงระบบอัดอากาศให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ปลอดภัย และได้คุณภาพตามมาตรฐานสากล ISO 8573
โดยครอบคลุมการทดสอบทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่
- ฝุ่นละออง (Particles Test)
- จุดน้ำค้าง (Dew Point Test)
- น้ำมัน (Oil Vapour Test)
- จุลชีพ (Microbial Test)
ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง
Call: 095-748-7312, 081-595-3011
LINE ID: @248hrupy
Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Email: [email protected], [email protected]








