การควบคุมความสะอาดและสภาพแวดล้อมของห้องคลีนรูมมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องการความสะอาดในระดับสูง เช่น โรงพยาบาล อุตสาหกรรมการแพทย์ หรือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาความสะอาดของห้องคลีนรูม คือ “ความดันอากาศ” ที่ทำหน้าที่ในการควบคุมและรักษาแรงดันอากาศของคลีนรูมให้เหมาะสมต่อการใช้งานที่แตกต่างกัน
ซึ่งความดันอากาศในห้องคลีนรูมเป็นสิ่งที่มีผลกระทบต่อการไหลเวียนของอากาศและการกระจายตัวของอนุภาคและสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ โดยแรงดันอากาศที่เหมาะสมจะสามารถช่วยป้องกันการปนเปื้อนจากภายนอกและรักษาความสะอาดของพื้นที่ภายในคลีนรูมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยควบคุมและรักษาความดันอากาศในห้องให้มีความเหมาะสมอีกด้วย
ความดันอากาศ (Air Pressure) สำคัญกับห้องคลีนรูมอย่างไร
ความดันอากาศ หรือ Air Pressure คือ แรงที่อากาศกดลงบนพื้นผิว ซึ่งเป็นผลจากการเคลื่อนที่และการชนกันของอนุภาคอากาศในบรรยากาศ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการควบคุมปริมาณและการเคลื่อนที่ของอนุภาคฝุ่นละอองที่เป็นปัจจัยหลักในการรักษาความสะอาดของห้องคลีนรูม (Cleanroom)
โดยอากาศที่มีแรงดันภายในสูงกว่าภายนอกห้องคลีนรูมจะช่วยป้องกันอากาศจากด้านนอกไหลเข้ามาด้านในห้องสะอาด ในทางกลับกันถ้าหากภายในห้องคลีนรูมมีความดันอากาศต่ำกว่าภายนอกจะสามารถป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคไม่ให้ออกจากห้องคลีนรูมได้นั่นเอง
ทำไมความดันอากาศจึงสำคัญต่อห้องคลีนรูม ?
- ป้องกันการปนเปื้อนจากภายนอก : การรักษาแรงดันอากาศให้มีระดับที่เหมาะสมเป็นการป้องกันไม่ให้อนุภาคหรือสิ่งปนเปื้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในห้องคลีนรูม หรือที่เรียกว่า “ความดันบวก” โดยปกติแล้วห้องคลีนรูมแรงดันบวกจะรักษาความดันอากาศให้สูงกว่าพื้นที่ภายนอกเล็กน้อย ซึ่งจะช่วยให้อากาศจากภายนอกไม่รั่วไหลเข้าสู่ห้องคลีนรูม
- ควบคุมการไหลของอากาศ : ความดันอากาศมีผลต่อการไหลเวียนของอากาศภายในห้องคลีนรูม ทำให้สามารถกำหนดทิศทางการไหลของอากาศและช่วยลดโอกาสที่อนุภาคฝุ่นละอองจะสะสมในบริเวณที่ต้องความสะอาดสูงได้
- รักษาสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัย : เนื่องจากห้องคลีนรูมต้องรักษาสภาพแวดล้อมที่มีความสะอาดและปลอดภัยสำหรับการใช้งาน การผลิต หรือการวิจัยที่ต้องการความแม่นยำสูง การควบคุมความดันอากาศจะช่วยรักษาความสะอาดของห้องและป้องกันการแพร่กระจายของอนุภาคที่อาจส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือผู้ใช้งานได้
ห้องคลีนรูม Positive Pressure และ Negative Pressure แตกต่างกันอย่างไร
โดยทั่วไปแล้วความดันอากาศภายในห้องคลีนรูมจะสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ห้องคลีนรูมแรงดันบวก (Positive Pressure Cleanroom) และห้องคลีนรูมแรงดันลบ (Negative Pressure Cleanroom) ซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้งานและลักษณะของสภาพแวดล้อมภายในห้องคลีนรูมที่ต้องการควบคุม
- ห้องคลีนรูมแรงดันบวก (Positive Pressure Cleanroom)
ห้องคลีนรูมที่มีความดันบวก หรือมีความดันอากาศภายในสูงว่าภายนอกห้อง ซึ่งจะอาศัยการอัดอากาศสะอาดเข้าห้องห้องคลีนรูม เพื่อป้องกันไม่ให้มีสิ่งปนเเปื้อนจากภายนอกไหลเข้ามาภายใน โดยการใช้พัดลมเป็นตัวสร้างความดันอากาศให้กับห้องคลีนรูมเพื่อส่งอากาศเข้าภายในห้องให้มากกว่าความดันบรรยากาศ และมีตู้เป่าลม (Air Shower) ติดตั้งบริเวณทางเข้าเพื่อดันลมออก รวมถึงมีระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูงช่วยกรองสิ่งปนเปื้อนอีกหนึ่งชั้น เช่น แผ่นกรองอากาศ HEPA Filter
วัตถุประสงค์ของการใช้ห้องคลีนรูมแรงดันบวกเพื่อช่วยป้องกันการปนเปื้อนจากอากาศภายนอกที่อาจมีฝุ่นละอองหรือสิ่งปนเปื้อนเข้าสู่ห้องคลีนรูม และช่วยรักษาสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับการใช้งาน โดยเหมาะสำหรับห้องผ่าตัด ห้องพักปลอดเชื้อ หรือห้องคลีนรูมที่ใช้ในกระบวนการผลิตที่ต้องการความสะอาดสูง เช่น การผลิตยา การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรืออุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น
- ห้องคลีนรูมแรงดันลบ (Negative Pressure Cleanroom)
ห้องคลีนรูมที่มีความดันลบ หรือมีความดันอากาศภายในต่ำกว่าภายนอกห้อง ซึ่งจะอาศัยการอัดอากาศสะอาดไปบริเวณรอบนอกของห้องแทน เป็นการควบคุมการไหลของอากาศไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายทำให้อากาศจากภายในห้องไม่สามารถไหลออกสู่ภายนอกห้อง โดยระบบภายในจะใช้การดูดอากาศที่บำบัดอากาศด้วย HEPA Filter พร้อมฆ่าเชื้อโรคด้วย UVC และ Ozone ก่อนระบายออกสู่ภายนอกห้อง
วัตถุประสงค์ของการใช้ห้องคลีนรูมแรงดันลบเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค สารอันตราย หรือฝุ่นละอองจากภายในห้องแพร่กระจายออกสู่ภายนอก โดยเหมาะสำหรับใช้งานในห้องเก็บเชื้อ ห้องแยกผู้ติดเชื้อ ห้อง ICU ความดันลบ หรือห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับเชื้อโรคและสารเคมีที่เป็นอันตราย เช่น ห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา เป็นต้น
การทดสอบแรงดันอากาศภายในห้อง (Room Pressurization Test) คืออะไร
การทดสอบแรงดันอากาศภายในห้อง (Room Pressurization Test) คือการทดสอบเพื่อวัดค่าแรงดันอากาศภายในห้องคลีนรูมและพื้นที่โดยรอบ เพื่อตรวจสอบว่าความดันอากาศภายในห้องคลีนรูมอยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นไปตามค่าที่กำหนดไว้ตามลักษณะของห้องที่ต้องการใช้งานในแต่ละอุตสาหกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบความสามารถของระบบปรับอากาศ (HVAC) ของห้องคลีนรูมในการรักษาความแตกต่างของแรงดันอากาศภายในห้องให้คงที่ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยระดับความดันอากาศจะต้องเป็นไปตามที่ระบุในเอกสารสัญญา, USR หรือตามข้อกำหนดที่ตกลงกันไว้ระหว่างเจ้าของ ผู้ซื้อ หรือบริษัทผู้รับผิดชอบโครงการ (CPT)
ขั้นตอนการทดสอบแรงดันอากาศภายในห้องคลีนรูม
อุปกรณ์ที่ใช้ทดสอบแรงดันอากาศภายในห้องคลีนรูม ได้แก่ Electronic Micromanometer และ Digital Multi-Function Meter โดยขั้นตอนการทดสอบแรงดันอากาศภายในห้องคลีนรูม ของ Q&E INTERNATIONAL มีดังต่อไปนี้
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการทดสอบ ปรับแต่ง และปรับสมดุลของระบบปรับอากาศ (HVAC) หรือ Testing Adjusting and Balancing (TAB) เสร็จสิ้นก่อนเริ่มการทดสอบแรงดันอากาศ
- ตรวจสอบสภาพภายในพื้นที่ที่จะทำการทดสอบว่าภายในห้องไม่มีรูหรือรอยรั่วที่จะทำให้อากาศสามารถไหลผ่านเข้าออกได้ หากมีให้ทำการซีลให้เรียบร้อยก่อนเริ่มการทดสอบ
- ตรวจเช็คว่าห้องที่ทำการทดสอบตามสเปคที่ผู้ออกแบบระบุต้องใช้ตำแหน่งไหนในการใช้เทียบเพื่อทดสอบ เช่น ห้องอ้างอิง โถงทางเดิน หรือบรรยากาศภายนอก
- ประตูทั้งหมดของห้องคลีนรูมรวมถึงพื้นที่อ้างอิงโดยรอบจะต้องปิดตลอดระยะเวลาในการทดสอบ เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงของความดันอากาศภายในห้องที่อาจคาดเคลื่อน รวมถึงจะต้องไม่มีบุคลากรอื่นเปิด-ปิดประตูระหว่างการทดสอบนี้
- วัดและบันทึกค่าความแตกต่างของแรงดันอากาศระหว่างห้องคลีนรูมและห้องข้างเคียง รวมถึงภายนอกห้องห้องคลีนรูมและเหนือเพดาน
Q&E INTERNATIONAL ให้บริการทดสอบห้องคลีนรูม (CPT)
Q&E INTERNATIONAL ผู้ให้บริการชั้นนำด้านการตรวจสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Performance Testing: CPT) ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมายาวนานตลอด 6 ปี พร้อมมอบบริการครบวงจรเพื่อให้มั่นใจว่าห้องคลีนรูมของคุณมีความสะอาด ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานสากล NEBB สำหรับการทดสอบห้องคลีนรูม และมาตรฐาน ISO 9001
ด้วย 9 ขั้นตอนการทดสอบห้องคลีนรูม (CPT) กับ Q&E INTERNATIONAL
- การทดสอบปริมาณการไหลเวียนของอากาศ (Airflow Velocity, Volume and Air Change Rate)
- การทดสอบรอยรั่วของแผ่นกรองอากาศ (HEPA Filter Installation Leak Test, Overall Leak Test)
- การทดสอบแรงดันอากาศภายในห้อง (Room Pressurization Test)
- การทดสอบจำนวนอนุภาคในอากาศ (Airborne Particle Count Test)
- การทดสอบความขนานของกระแสลม (Airflow Parallelism Test) และการทดสอบการแสดงภาพการไหลของอากาศ (Airflow Visualization Test)
- การทดสอบการฟื้นตัวของระดับความสะอาดภายในห้อง (Room Recovery Test)
- การทดสอบอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (Temperature and Relative Humidity Test)
- การทดสอบระดับความเข้มแสงภายในห้อง (Lighting Level Test)
- การทดสอบระดับเสียงภายในห้อง (Sound Level Test)
ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง
Call: 095-748-7312, 081-595-3011
LINE ID: @248hrupy
Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Email: [email protected], [email protected]








