ทุกวันนี้ประเด็นสิ่งแวดล้อมไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะเราอยู่ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องเผชิญทั้งความคาดหวังจากลูกค้า รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้มีความยั่งยืนยิ่งขึ้น หนึ่งในคำที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นก็คือ “คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit)” ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ที่ธุรกิจของคุณทิ้งไว้
สำหรับใครที่ยังสงสัยว่าคาร์บอนเครดิต คืออะไร แล้วซื้อขายยังไงในตลาดคาร์บอนเครดิต (Carbon Market) ของไทย ในวันนี้เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจเรื่องพื้นฐานของสิ่งนี้ เพื่อนำไปปรับใช้เป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในด้านภาพลักษณ์ที่ดีได้อีกด้วย
คาร์บอนเครดิต คืออะไร?
คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลด กักเก็บ หรือดูดกลับได้จากการทำโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น โครงการปลูกป่า หรือโครงการพลังงานสะอาด ซึ่งต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และกระบวนการของแต่ละมาตรฐานในการทำโครงการ โดยมีหน่วยเป็น “ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂eq)” ซึ่งสามารถนำคาร์บอนเครดิตไปใช้ชดเชยการปล่อยก๊าซส่วนเกิน หรือนำไปซื้อขายในตลาดคาร์บอนเครดิตเพื่อสร้างรายได้ให้กับธุรกิจที่ทำโครงการรักษ์โลก
“1 คาร์บอนเครดิต = 1 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า”
หมายความว่า คาร์บอนเครดิต 1 หน่วย แทนปริมาณการลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้เท่ากับ 1 ตันของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) หรือก๊าซเรือนกระจกชนิดอื่น ๆ ทั้ง 7 ชนิด เมื่อแปลงเป็นหน่วยเดียวกัน เนื่องจากศักยภาพในการเก็บกักความร้อนในชั้นบรรยากาศไม่เท่ากัน
คาร์บอนเครดิต ซื้อขายยังไง?
การซื้อขายคาร์บอนเครดิตดำเนินการผ่านตัวกลางอย่าง “ตลาดคาร์บอนเครดิต” หรือ Carbon Market โดยผู้ขายมักเป็นองค์กรหรือโครงการที่สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้จริง เช่น โครงการพลังงานหมุนเวียน หรือโครงการปลูกป่า เป็นต้น
ส่วนผู้ซื้อคือธุรกิจที่ต้องการชดเชยการปล่อยคาร์บอนหรือก๊าซเรือนกระจกในธุรกิจของตนเอง ซึ่งสามารถทำการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายที่มีการตรวจสอบและรับรองมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจว่าคาร์บอนเครดิตที่ได้มีความน่าเชื่อถือและเกิดผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมจริง
รูปแบบการซื้อขายในตลาดคาร์บอนเครดิต มี 2 รูปแบบ ได้แก่
- การซื้อขายรูปแบบ Over-The-Counter (OTC) : การซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มตลาดซื้อขาย หรือศูนย์ซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ เช่น FTIX
- การซื้อขายรูปแบบ Exchange Platform : การซื้อขายในระบบทวิภาคหรือไม่เป็นทางการ โดยเป็นการเจรจาต่อรองระหว่างผู้ต้องการซื้อและผู้ขายโดยตรง ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการที่ต้องการขายคาร์บอนเครดิตของตนโดยไม่ผ่านตลาดกลาง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://carbonmarket.tgo.or.th/index.php?lang=TH&mod=c2l0ZW1hcA==
ตลาดคาร์บอนเครดิตมีกี่ประเภท?
ตลาดคาร์บอน (Carbon Market) คือ ตลาดซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตหรือสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิต โดยใช้แนวคิดกลไกตลาดเป็นแรงจูงใจในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ เพื่อให้องค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีต้นทุนที่ต้องบรรเทาหรือชดเชยผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจของตนเอง อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจให้แก่ฝ่ายผู้พัฒนาโครงการเพิ่มขึ้นอีกด้วยเช่นกัน
ตลาดคาร์บอนเครดิตมีทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่
- ตลาดคาร์บอนภาคบังคับ (Compliance Market) : ตลาดคาร์บอนที่ได้รับการรับรองและจัดตั้งโดยกฎหมายหรือข้อบังคับของภาครัฐ โดยมีรัฐบาลเป็นผู้บัญญัติกฎหมายและกำกับดูแลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมักจะเกิดในประเทศพัฒนาแล้ว เช่น กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นต้น
- ตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ (Voluntary Market) : ตลาดคาร์บอนที่ไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย แต่เกิดจากความสมัครใจหรือความร่วมมือของผู้ประกอบการหรือองค์กรเพื่อเข้าร่วมซื้อขายคาร์บอนเครดิต โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเอง ซึ่งไม่ได้มีผลผูกพันตามกฎหมาย
H2: คาร์บอนเครดิตมีประโยชน์อย่างไร?
- ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ
-
- เพิ่มโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ในตลาดคาร์บอนเครดิต (Carbon Market)
- สร้างรายได้จากการลดก๊าซเรือนกระจก และแปลงเป็นมูลค่าผ่านการซื้อขายคาร์บอนเครดิต
- สร้างความน่าเชื่อถือ ดึงดูดนักลงทุนและพันธมิตรที่ให้ความสำคัญกับ ESG
- ประโยชน์ด้านสังคม
-
- สร้างความตระหนักรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมหรือปัญหาโลกร้อนในสังคม
- กระตุ้นให้ธุรกิจหรือองค์กรปรับตัวสู่การดำเนินงานแบบยั่งยืน
- สร้างงานและรายได้ให้กับชุมชนในระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ
- มีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่จากสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น
- ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อม
-
- ลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน
- สนับสนุนโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
- ฟื้นฟูและรักษาสมดุลของระบบนิเวศ จากโครงการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม
- ส่งเสริมเป้าหมายใน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนเครดิตมีอะไรบ้าง?
หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องกับคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยคือ “องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (TGO)” ที่ดำเนินโดยองค์กรมหาชนภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยความร่วมมือระหว่าง อบก. กับผู้ประเมินจากภายนอก ทำหน้าที่วิเคราะห์และรับรองโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทยในโครงการ T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศด้วยความสมัครใจ และสามารถนำปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้น หรือ “Carbon Credit” ไปซื้อ-ขายในตลาดคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจในประเทศไทยได้
ปริมาณและมูลค่าการซื้อขายคาร์บอนเครดิตเป็นอย่างไร?
ปัจจุบันมูลค่าใน Carbon Market ทั่วโลกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ช่วงปี 2022 จนถึงกลางปี 2023 ราคาคาร์บอนเครดิตมีความผันผวนและแตกต่างกันตามประเภทตลาดและโครงการ โดยในตลาดกลางมีการใช้สัญญามาตรฐานในการจัดกลุ่มคาร์บอนเครดิตเพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องและสะดวกต่อการลงทุน แต่กลับกันทำให้มูลค่าคาร์บอนเครดิตที่คุณภาพต่างกันถูกตีราคาใกล้เคียงกันส่งผลให้ราคาถูกกดลง ผู้ขายจึงนิยมซื้อขายในรูปแบบ Over-The-Counter (OTC) มากกว่า
ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาคาร์บอนเครดิต คือ ประเภทโครงการ มาตรฐานการรับรองคาร์บอนเครดิต ปีที่เกิดโครงการและรับรองเครดิต รวมถึงผลประโยชน์ร่วม นอกจากนี้ยังมีปัจจัยความพึงพอใจของผู้ซื้อร่วมอีกด้วย
โดยภาพรวมตลาดคาร์บอนเครดิตกำลังเติบโตต่อเนื่อง โดยมีเทคโนโลยีและบริการใหม่ ๆ ที่ช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงตลาดคาร์บอน ตลอดจนเกิดกองทุนรวมดัชนี (ETF) ที่เน้นการลงทุนเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตเท่านั้นเข้ามาช่วยเพิ่มสภาพคล่อง และสนับสนุนการพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก
ข้อมูลอ้างอิง : สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครนายก (2566). สรุปสถานการณ์การซื้อขายคาร์บอนเครดิตทั่วโลก, จาก https://nakhonnayok.mnre.go.th/th/news/detail/171549
ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง
Call: 095-748-7312, 081-595-3011
LINE ID: @248hrupy
Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Email: [email protected]








