พื้นที่สำคัญหลายจุดภายในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล เช่น ห้องผ่าตัด ห้องผู้ป่วยวิกฤต หรือห้อง ICU ต่างต้องใช้งานห้องคลีนรูมหรือห้องปลอดเชื้อ (Cleanroom) เพื่อควบคุมปริมาณอนุภาคที่ลอยอยู่ในอากาศ หรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมการติดเชื้อและความปลอดภัยในการรักษาของผู้ป่วยรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาล
เพราะฉะนั้นการทดสอบประสิทธิภาพของห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing)จึงเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพียงแค่การปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือมาตรฐานเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตอีกด้วยนั่นเอง ในวันนี้เราจะพาคุณไปดู 5 พื้นที่สำคัญในโรงพยาบาลที่ควรได้รับการทดสอบมาตรฐานคลีนรูมอย่างสม่ำเสมอว่ามีพื้นที่ใดบ้าง
ความเสี่ยงและผลกระทบจากการปนเปื้อนในโรงพยาบาล
การปนเปื้อนของอนุภาคฝุ่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือเชื้อไวรัสในอากาศภายในสถานพยาบาลเป็นสาเหตุหลักที่อาจนำไปสู่การติดเชื้อระหว่างการรักษาพยาบาลได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤต ผู้ป่วยหลังการผ่าตัด รวมถึงผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง
หากสภาพแวดล้อมภายในโรงพยาบาลไม่สามารถควบคุมคุณภาพอากาศและสภาพแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตแก่ผู้ป่วยได้ นอกจากนี้ยังส่งผลต่อคุณภาพของยา ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือแม้กระทั่งผลตรวจจากห้องปฏิบัติการทางการแพทย์
ด้วยเหตุนี้หลายพื้นที่ในโรงพยาบาลจึงจำเป็นต้องใช้งานห้องคลีนรูม พร้อมมีการตรวจสอบและทดสอบประสิทธิภาพของห้องคลีนรูมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ายังคงเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดนั่นเอง
สถานที่ใช้งานห้องคลีนรูม (Cleanroom) ในโรงพยาบาล
โรงพยาบาลเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีการใช้ห้องคลีนรูมหรือห้องปลอดเชื้อในหลายจุดที่ต้องการการควบคุมความสะอาด ความดันอากาศ ปริมาณอนุภาคในอากาศ ทิศทางการไหลเวียนของอากาศ อุณหภูมิและความชื้นในระดับที่แตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้งาน
ซึ่งโดยทั่วไปห้องคลีนรูมจะได้รับการออกแบบและดำเนินการภายใต้การแบ่งระดับห้องสะอาด (Cleanroom Class) ตามมาตรฐาน ISO 14644 สำหรับสถานพยาบาลมักจะอยู่ที่คลาส ISO 5 ถึง ISO 8 ขึ้นอยู่กับการใช้งาน
ตัวอย่างพื้นที่ที่มีการใช้งานคลีนรูมในสถานพยาบาล
- ห้องผ่าตัด (Operating Room)
- ห้องเตรียมยาหรือห้องยา
- ห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU)
- หน่วยจ่ายกลาง (CSSD)
- ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์
- ห้องแยกผู้ป่วย (Isolation Room)
- ห้องปลูกถ่ายอวัยวะและห้องปลูกถ่ายไขกระดูก
- ห้องเก็บตัวอย่างชีวภาพ (Biological Sample Storage)
5 พื้นที่สำคัญที่ต้องทดสอบมาตรฐานห้องคลีนรูม
1. ห้องผ่าตัด (Operating Room)
ห้องผ่าตัดหรือ Operating Room (OR) เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อสูงที่สุดในโรงพยาบาล เนื่องจากในระหว่างการผ่าตัด ผู้ป่วยที่มีแผลเปิดจะมีโอกาสสัมผัสกับอากาศโดยตรง หากมีเชื้อโรคหรืออนุภาคปนเปื้อนในอากาศ อาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด (Surgical Site Infection: SSI) ดังนั้นจึงต้องมีการควบคุมปริมาณอนุภาคในอากาศอย่างเข้มงวด รวมถึงอาศัยแรงดันบวก (Positive Pressure) เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งปนเปื้อนจากภายนอกไหลเข้ามาภายในห้องผ่าตัด
2. ห้องยา/ห้องเตรียมยา (Compounding Room)
ห้องยาหรือห้องเตรียมยาเป็นพื้นที่ที่เภสัชกรใช้ในการเตรียมยาปราศจากเชื้อต่าง ๆ ก่อนนำไปใช้กับผู้ป่วย เช่น ยาฉีด ยาหยอดตา หรือยาเคมีบำบัด (คีโม) ซึ่งจำเป็นต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดปราศจากสิ่งปนเปื้อนเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่อาจส่งผลต่อคุณภาพของยาและความปลอดภัยของผู้ป่วยโดยตรง
3. ห้องผู้ป่วยวิกฤต หรือห้อง ICU (Intensive Care Unit)
ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในห้อง ICU หรือห้องผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องรักษาและติดตามอาการอย่างใกล้ชิดมักจะมีภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอกว่าปกติ จึงทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อในอากาศกว่าผู้ป่วยทั่วไป ดังนั้นสภาพแวดล้อมในห้องจึงมีระบบกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อลดโอกาสการแพร่กระจายของเชื้อโรค
4. หน่วยจ่ายกลางหรือห้องฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ (Central Sterile Supply Department: CSSD)
หน่วยจ่ายกลาง หรือ CSSD (Central Sterile Supply Department) ถือเป็นศูนย์กลางของโรงพยาบาลที่รวบรวมเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์เข้าสู่กระบวนการฆ่าเชื้อและทำให้ปราศจากเชื้อ (Sterilization) ที่ปนเปื้อนก่อนนำไปใช้ตรวจรักษาผู้ป่วย ซึ่งจำเป็นต้องใช้ห้องปลอดเชื้อที่มีการควบคุมความสะอาดระหว่างกระบวนการฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของอุปกรณ์ทางการแพทย์ก่อนนำไปใช้งาน
5. ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ (Medical Laboratory)
ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์คือพื้นที่ที่ใช้ตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างเลือด สารคัดหลั่ง หรือเนื้อเยื่อของผู้ป่วยเพื่อวินิจฉัยโรค ซึ่งต้องใช้ห้องคลีนรูมที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม (Cross Contamination) ระหว่างตัวอย่าง หรือมีอนุภาคแปลกปลอมปะปนในกระบวนการตรวจ อาจทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อนและนำไปสู่การวินิจฉัยที่ผิดพลาดได้
Q&E INTERNATIONAL ผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบห้องคลีนรูมสำหรับโรงพยาบาล
การทดสอบห้องคลีนรูมในโรงพยาบาลเป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งหลักเกณฑ์ในการตรวจวัด เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน และความเข้าใจในมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง
“Q&E International” เราพร้อมให้บริการทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) โดยทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมเครื่องมือที่ได้มาตรฐานสากล รองรับข้อกำหนดห้องคลีนรูม ISO 14644 โดยอ้างอิงการทดสอบตาม Cleanroom Performance Testing (CPT) จาก NEBB และมาตรฐานต่าง ๆ เช่น ISO 14644-1, ISO 14644-3, IEST, PIC/s และ ASHRAE 170 เพื่อให้สถานพยาบาล หรือโรงพยาบาล เป็นห้องปลอดเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
- เจาะลึก! การทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) ตามมาตรฐาน CPT
- 9 ขั้นตอนการทดสอบห้องคลีนรูม (CPT) กับ Q&E INTERNATIONAL
ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง
Call: 095-748-7312, 081-595-3011
LINE ID: @248hrupy
Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Email: [email protected]










