ท่ามกลางยุคที่ต้นทุนพลังงานหรือค่าไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นทุกปี รวมถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนและความอยู่รอดขององค์กรและโลกของเรา ดังนั้นการบริหารการจัดการพลังงานอย่างคุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดจึงเป็นสิ่งที่องค์กรยุคใหม่ต้องให้ความสำคัญ
“ISO 50001” หรือมาตรฐานระบบการจัดการพลังงาน Energy Management Systems (EnMS) จึงได้เข้ามามีบทบาทสำคัญให้องค์กรสามารถวางแผน ควบคุม และพัฒนาด้านการจัดการพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับการดำเนินงานสู่มาตรฐานระดับสากล
วันนี้เราจึงขอพาคุณไปทำความรู้จักกับมาตรฐาน ISO 50001 ว่าคืออะไร? มีหลักการอย่างไรและองค์กรจะได้รับประโยชน์อะไรจากการนำมาตรฐานนี้มาใช้บ้าง ตามไปดูกันเลย!
ISO 50001 คืออะไร? ต่างจากกฎหมาย พพ. อย่างไร
ISO 50001 คือมาตรฐานระบบการจัดการพลังงาน หรือ Energy Management Systems (EnMS) – Requirements with guidance for use โดยองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน International Organization for Standardization (ISO)
ซึ่ง ISO 50001 ได้ระบุข้อกําหนดสําหรับองค์กรในการจัดทํา นําไปปฏิบัติ คงรักษาไว้ และปรับปรุงระบบการจัดการพลังงาน โดยใช้แนวคิด PDCA Model (Plan-Do-Check-Act) เพื่อให้องค์กรสามารถดําเนินการด้านการจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพโดยสมัครใจ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการสู่ระดับสากล ไม่ว่าจะเป็น…
- การปรับปรุงสมรรถนะด้านพลังงาน และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
- ลักษณะการใช้พลังงาน และปริมาณการใช้พลังงาน
- การตรวจวัด การจัดทําเอกสาร การรายงาน และการออกแบบด้านพลังงาน
- การปฏิบัติ การจัดซื้ออุปกรณ์ที่ใช้พลังงาน ระบบ กระบวนการและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงาน
ในขณะที่การจัดการพลังงานตามกฎหมาย พพ. หรือกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เป็นข้อบังคับทางกฎหมายว่าด้วยกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และวิธีการจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่สถานประกอบการที่เข้าข่ายต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย
เป้าหมายและหลักการสำคัญของมาตรฐาน ISO 50001
เป้าหมายหลักของ ISO 50001 คือการช่วยให้องค์กรสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น ลดต้นทุนด้านพลังงาน รวมถึงลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ หรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยใช้หลักการ “PDCA Model” (Plan-Do-Check-Act) มาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางสำคัญในการจัดการพลังงาน ดังนี้
- การวางแผนพลังงาน (PLAN)
- การวัดและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงาน (Energy Review)
- การใช้พลังงานขององค์กรอย่างมีนัยสําคัญ (Significant Energy Use: SEU)
- การกําหนดข้อมูลฐานพลังงานอ้างอิง (Energy Baseline) และดัชนีวัดสมรรถนะพลังงาน (Energy Performance Indicator: EnPI)
- การปฏิบัติ (DO)
- การดำเนินการตามมาตรการด้านการอนุรักษ์พลังงาน
- การกำหนดความสามารถและฝึกอบรมในการปฏิบัติงาน
- การสร้างความตระหนักด้านพลังงานของคนในองค์กร
- ข้อกำหนดด้านเอกสารของระบบการจัดการตามมาตรฐาน ISO
- การกําหนดวิธีปฏิบัติงาน (WI) สำหรับแต่ละอุปกรณ์
- การประเมินด้านสมรรถนะพลังงานของอุปกรณ์ที่มีการออกแบบ ปรับปรุง และจัดซื้อใหม่
- การตรวจสอบ (CHECK)
- การเฝ้าระวังและการตรวจติดตามสมรรถนะพลังงาน
- การตรวจติดตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ด้านพลังงาน
- การตรวจประเมินภายในของระบบการจัดการพลังงาน (Internal Audit)
- การทบทวน (ACT)
- การทบทวนการบริหารโดยผู้บริหารระดับสูง
- การปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการพลังงานอย่างต่อเนื่อง
เปรียบเทียบการจัดการพลังงานตามกฎหมายไทย vs ISO 50001
ตาราง 1.1: การเปรียบเทียบข้อกำหนดของระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมายกับ ISO 50001
ตาราง 1.2: การเปรียบเทียบข้อกำหนดของระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมายกับ ISO 50001
ตาราง 1.3: การเปรียบเทียบข้อกำหนดของระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมายกับ ISO 50001
ตาราง 1.4: การเปรียบเทียบข้อกำหนดของระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมายกับ ISO 50001
ตาราง 1.5: การเปรียบเทียบข้อกำหนดของระบบการจัดการพลังงานตามกฎหมายกับ ISO 50001
อ่านเพิ่มเติมได้ที่: การตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน 8 ขั้นตอนตามกฎหมายที่โรงงานและอาคารควบคุมควรรู้!
ข้อมูลอ้างอิง: กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน (ม.ป.ป.). คู่มือการพัฒนาต่อยอดการดำเนินการจัดการพลังงาน ตามกฎหมายประเทศไทยไปสู่ระบบการจัดการพลังงาน ในระดับสากล (ISO 50001), จาก https://berc.dede.go.th/wp-content/uploads/2018/04/คู่มือ-ISO-50001-ok.pdf
ทำไมองค์กรควรต่อยอดสู่มาตรฐาน ISO 50001 ในระดับสากล
การปฏิบัติตามกฎหมายด้านพลังงานของ พพ. คือพื้นฐานที่องค์กรที่เข้าข่ายต้องดำเนินการอยู่แล้ว แต่หากนำมาตรฐานระบบการจัดการพลังงาน ISO 50001 มาใช้จะช่วยยกระดับการจัดการพลังงานไปสู่การบริหารจัดการพลังงานที่เป็นระบบ โปร่งใสและต่อเนื่อง รวมถึงสร้างคุณค่าทางธุรกิจระยะยาว พร้อมยกระดับสู่ความยั่งยืนและแข่งขันได้ในระดับสากล ตลอดจนมีเหตุผลสำคัญโดยสรุปดังต่อไปนี้
- ลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานภายในองค์กร
- ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานขององค์กร
- ปรับปรุงการใช้ทรัพยากรด้านพลังงานให้เกิดความคุ้มค่า
- เสริมภาพลักษณ์องค์กรให้เกิดการยอมรับในระดับสากล
- ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านการอนุรักษ์พลังงาน
- มีการดำเนินการจัดการพลังงานที่เป็นรูปธรรม นำไปปฏิบัติได้จริง
- มีการตรวจวัดการใช้พลังงานหรือประสิทธิภาพของเครื่องจักรและอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ
บทความแนะนำ:
- การตรวจสอบการใช้พลังงาน (Energy Audit) คืออะไร ? จำเป็นแค่ไหนสำหรับอาคาร
- เหตุผลสำคัญที่ต้องตรวจสอบพลังงาน (Energy Audit) ในอาคารและโรงงาน
Q&E INTERNATIONAL ให้บริการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานตามกฎกระทรวงพลังงานและมาตรฐานสากล
Q&E INTERNATIONAL ผู้ตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน รับรองโดย พพ. สำหรับโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม โดยผู้ตรวจสอบที่ได้รับ “ใบอนุญาตตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานตาม มาตรา 48/1 แห่งพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535” ให้เป็นผู้มีสิทธิดำเนินการตรวจสอบรายงานการจัดการพลังงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายจาก กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน
- บริการจัดทำรายงานการตรวจสอบตามข้อกำหนด
- บริการจัดทำรายงานผลการตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน
- ดำเนินการจัดส่งรายงานการจัดการพลังงานต่อกระทรวงพลังงานภายในวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี
ทำไมต้องตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงานกับ “Q&E INTERNATIONAL”
- ตรวจวัดและเก็บข้อมูลครบวงจร เช่น พลังงาน ไฟฟ้า ความร้อน และแสงสว่าง
- ผู้ตรวจสอบที่ได้รับอนุญาตตรวจสอบจาก พพ. อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- ทีมงานวิศวกรพลังงานและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพร้อมให้บริการ
- ให้คำปรึกษาครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมเอกสารจนถึงส่งรายงาน
- ตรวจสอบและรับรองผลการจัดการพลังงานเป็นไปตามกฎหมาย
- สนับสนุนแนวทางการพัฒนาองค์กรด้านพลังงานอย่างยั่งยืน
ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง
Call: 095-748-7312, 081-595-3011
LINE ID: @248hrupy
Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Email: [email protected]













