หลายคนอาจเข้าใจว่าการมีห้องคลีนรูม (Cleanroom) ที่ออกแบบดีและติดตั้งระบบครบถ้วนก็เพียงพอแล้วต่อการใช้งาน แต่ในความเป็นจริงนั้น “ความสะอาด” ของห้องคลีนรูมสามารถเสื่อมประสิทธิภาพได้ตามการใช้งาน ระยะเวลา การปรับปรุงระบบ หรือแม้กระทั่งสิ่งปนเปื้อนที่ปะปนอยู่ในอากาศ หากไม่มีการตรวจสอบห้องคลีนรูมอย่างสม่ำเสมอ สภาพแวดล้อมภายในห้องที่เคยควบคุมได้อาจไม่เป็นไปตามมาตรฐานความสะอาดอีกต่อไป
ดังนั้นจึงต้องหมั่นทดสอบประสิทธิภาพห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าห้องสะอาดยังสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพสินค้า ความปลอดภัยของกระบวนการผลิต และผู้ปฏิบัติงานในห้องคลีนรูม
แล้วคำถามที่ตามมาคือ “เราควรทดสอบห้องคลีนรูมเมื่อไร?” หรือต้องทดสอบบ่อยแค่ไหนถึงจะยังคงมาตรฐานความสะอาดของห้องคลีนรูมให้เป็นไปตามหลัก ISO 14644 หรือมาตรฐานสากลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง วันนี้เราพร้อมมาไขข้อสงสัยให้คุณกัน!
ทำไมต้องทดสอบห้องคลีนรูมอยู่เสมอ
แม้ห้องคลีนรูมจะถูกออกแบบและติดตั้งให้ควบคุมความสะอาดตามมาตรฐานตั้งแต่แรก แต่ในความเป็นจริง สภาพแวดล้อมภายในห้องคลีนรูมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาจากการใช้งาน บุคลากร เครื่องจักร และระบบปรับอากาศ (HVAC) เป็นต้น
การทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) เป็นกระบวนการที่ช่วยยืนยันว่าห้องคลีนรูมยังคงสามารถควบคุมการปนเปื้อนของอนุภาค ฝุ่น และจุลินทรีย์ต่าง ๆ ได้ตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐาน เช่น ISO 14644 หรือ CPT (Cleanroom Performance Testing) จาก NEBB ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพของห้องคลีนรูมในระดับสากล
ซึ่งความถี่ในการทดสอบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะข้อกำหนดของอุตสาหกรรม ประเภทของห้องคลีนรูม กิจกรรมที่ดำเนินการภายในห้องคลีนรูม การประเมินความเสี่ยง การปรับปรุงอุปกรณ์หรือระบบภายในห้อง หรือเกณฑ์ข้อกำหนดสากลที่กำหนดมาตรฐานความสะอาดของห้องสะอาดเอาไว้
- คลิกอ่านเพิ่มเติม: เจาะลึก! การทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) ตามมาตรฐาน CPT
3 ช่วงสำคัญที่ควรทดสอบห้องคลีนรูม
ช่วงเวลาที่ควรทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) เพื่อให้ประสิทธิภาพยังคงตามมาตรฐานความสะอาด สามารถทำการทดสอบได้ตาม 3 ช่วงระยะเวลาสำคัญที่ควรทดสอบ ดังต่อไปนี้
- ภายหลังการก่อสร้างสิ้นเสร็จ หรือก่อนการส่งมอบอย่างเป็นทางการ: เพื่อเป็นการยืนยันว่าห้องคลีนรูมที่สร้างเสร็จแล้วสามารถทำงานได้จริง และยืนยันความถูกต้องตามข้อกำหนดของการออกแบบก่อนเริ่มใช้งานหรือการส่งมอบแก่ลูกค้า เพื่อช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง
- กรณีเมื่อมีการติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ใหม่ภายในพื้นที่ห้องคลีนรูม: เมื่อมีการเพิ่มหรือเคลื่อนย้ายเครื่องจักรและอุปกรณ์ อาจรบกวนการไหลของอากาศ (Airflow) และส่งผลต่อระดับความสะอาด ซึ่งการทดสอบหลังมีการปรับเปลี่ยนจึงเป็นการช่วยประเมินว่า Cleanroom ยังมีประสิทธิภาพตามเดิมหรือไม่
- การประเมินประสิทธิภาพการใช้งานตามรอบระยะเวลาของห้องคลีนรูม: การใช้งานห้องคลีนรูมอย่างต่อเนื่องย่อมทำให้ประสิทธิภาพของระบบและระดับความสะอาดภายในห้องลดลง ดังนั้นจึงต้องหมั่นทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) อย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือไม่เกิน 1 ปี เพื่อให้ห้องยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสะอาด
ปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังความสะอาดในห้องคลีนรูม
การรักษาประสิทธิภาพของห้องคลีนรูมให้เป็นไปตามมาตรฐานความสะอาดจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังถึงปัจจัยสำคัญหลายด้าน เพื่อให้การควบคุมการปนเปื้อนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้ โดยมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความสะอาดของห้องคลีนรูม ดังนี้
- การปนเปื้อนจากอนุภาคฝุ่นละอองและจุลินทรีย์
- ความเร็วลมและการถ่ายเทอากาศ
- ความแตกต่างของความดันอากาศ
- อุณหภูมิ (Temperature)
- ความชื้น (Humidity)
- คุณภาพอากาศภายในอาคาร (IAQ)
อ่านเพิ่มเติมเรื่อง:
- สาเหตุและที่มาของสิ่งปนเปื้อน (Contaminants) ในห้องคลีนรูม (Cleanroom)
- “ความดันอากาศ” ปัจจัยสำคัญในการควบคุมความสะอาดของห้องคลีนรูม
- อุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity) สำคัญต่อห้องคลีนรูม (Cleanroom) อย่างไร
- การตรวจวัดคุณภาพอากาศในอาคาร (Indoor Air Quality : IAQ) สำคัญอย่างไร?
อุตสาหกรรมใดบ้างที่จำเป็นต้องทดสอบห้องคลีนรูม
การทดสอบห้องคลีนรูม หรือ Cleanroom Testing มีความจำเป็นอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมที่ต้องการความสะอาดสูงเพื่อควบคุมคุณภาพและลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน ไม่ว่าจะอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ห้องปฏิบัติการวิจัยและทดสอบ สถานพยาบาล หรืออุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีการใช้งานห้องคลีนรูม ห้องสะอาด ห้องปลอดเชื้อ หรือห้องพักผู้ป่วย เป็นต้น
ยกระดับคุณภาพห้องคลีนรูม ด้วยการทดสอบตาม CPT โดย Q&E INTERNATIONAL
“Q&E INTERNATIONAL” ให้บริการทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) โดยอ้างอิงการทดสอบตามมาตรฐาน CPT (Cleanroom Performance Testing) ซึ่งครอบคลุมการประเมินประสิทธิภาพ Cleanroom อย่างครบถ้วน ตามแนวทาง ISO 14644 และ NEBB เพื่อให้คุณมั่นใจว่าห้องคลีนรูมของคุณสะอาดจริง ปราศจากสิ่งปนเปื้อน ตรวจสอบได้และรับรองได้ รวมถึงพร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์ ดำเนินการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ในการทดสอบห้องคลีนรูม
โดยมีรายการที่ใช้ทดสอบห้องคลีนรูมดังต่อไปนี้
- การทดสอบเบื้องต้น (Primary Tests)
- การทดสอบอัตราการไหลของอากาศเพื่อหาอัตราการหมุนเวียนอากาศ (Airflow Velocity, Volume and Air Change Rate)
- การทดสอบรอยรั่วของแผ่นกรองอากาศ (Filter Installation Leak Test)
- การทดสอบจำนวนอนุภาคในอากาศเพื่อวัดปริมาณฝุ่นในอากาศ (Airborne Particle Count Cleanliness Classification Test)
- การทดสอบแรงดันอากาศภายในห้อง (Room Pressurization Test)
- การทดสอบอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (Temperature and Relative Humidity Test)
- การทดสอบเพิ่มเติม (Secondary Tests)
- การทดสอบทิศทางการไหลของอากาศ (Airflow Visualization Test)
- การทดสอบการฟื้นตัวของระดับความสะอาดภายในห้อง (Room Recovery Test)
- การทดสอบระดับความเข้มแสงภายในห้อง (Lighting Level Test)
- การทดสอบระดับเสียงภายในห้อง (Sound Level Test)
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : 9 ขั้นตอนการทดสอบห้องคลีนรูม (CPT) กับ Q&E INTERNATIONAL
ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง
Call: 095-748-7312, 081-595-3011
LINE ID: @248hrupy
Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
Email: [email protected], [email protected]







