02-019-7296 | 081-595-3011 | 095-748-7312

ควรทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom) เมื่อไร เพื่อคงมาตรฐานความสะอาด

ควรทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom) เมื่อไร เพื่อคงมาตรฐานความสะอาด

หลายคนอาจเข้าใจว่าการมีห้องคลีนรูม (Cleanroom) ที่ออกแบบดีและติดตั้งระบบครบถ้วนก็เพียงพอแล้วต่อการใช้งาน แต่ในความเป็นจริงนั้น “ความสะอาด” ของห้องคลีนรูมสามารถเสื่อมประสิทธิภาพได้ตามการใช้งาน ระยะเวลา การปรับปรุงระบบ หรือแม้กระทั่งสิ่งปนเปื้อนที่ปะปนอยู่ในอากาศ หากไม่มีการตรวจสอบห้องคลีนรูมอย่างสม่ำเสมอ สภาพแวดล้อมภายในห้องที่เคยควบคุมได้อาจไม่เป็นไปตามมาตรฐานความสะอาดอีกต่อไป

ดังนั้นจึงต้องหมั่นทดสอบประสิทธิภาพห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าห้องสะอาดยังสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพสินค้า ความปลอดภัยของกระบวนการผลิต และผู้ปฏิบัติงานในห้องคลีนรูม

แล้วคำถามที่ตามมาคือ “เราควรทดสอบห้องคลีนรูมเมื่อไร?” หรือต้องทดสอบบ่อยแค่ไหนถึงจะยังคงมาตรฐานความสะอาดของห้องคลีนรูมให้เป็นไปตามหลัก ISO 14644 หรือมาตรฐานสากลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง วันนี้เราพร้อมมาไขข้อสงสัยให้คุณกัน!

 

ทำไมต้องทดสอบห้องคลีนรูมอยู่เสมอ

แม้ห้องคลีนรูมจะถูกออกแบบและติดตั้งให้ควบคุมความสะอาดตามมาตรฐานตั้งแต่แรก แต่ในความเป็นจริง สภาพแวดล้อมภายในห้องคลีนรูมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาจากการใช้งาน บุคลากร เครื่องจักร และระบบปรับอากาศ (HVAC) เป็นต้น

การทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) เป็นกระบวนการที่ช่วยยืนยันว่าห้องคลีนรูมยังคงสามารถควบคุมการปนเปื้อนของอนุภาค ฝุ่น และจุลินทรีย์ต่าง ๆ ได้ตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐาน เช่น ISO 14644 หรือ CPT (Cleanroom Performance Testing) จาก NEBB ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพของห้องคลีนรูมในระดับสากล

ซึ่งความถี่ในการทดสอบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะข้อกำหนดของอุตสาหกรรม ประเภทของห้องคลีนรูม กิจกรรมที่ดำเนินการภายในห้องคลีนรูม การประเมินความเสี่ยง การปรับปรุงอุปกรณ์หรือระบบภายในห้อง หรือเกณฑ์ข้อกำหนดสากลที่กำหนดมาตรฐานความสะอาดของห้องสะอาดเอาไว้

 

3 ช่วงสำคัญที่ควรทดสอบห้องคลีนรูม

3 ช่วงสำคัญที่ควรทดสอบห้องคลีนรูม

ช่วงเวลาที่ควรทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) เพื่อให้ประสิทธิภาพยังคงตามมาตรฐานความสะอาด สามารถทำการทดสอบได้ตาม 3 ช่วงระยะเวลาสำคัญที่ควรทดสอบ ดังต่อไปนี้

  • ภายหลังการก่อสร้างสิ้นเสร็จ หรือก่อนการส่งมอบอย่างเป็นทางการ: เพื่อเป็นการยืนยันว่าห้องคลีนรูมที่สร้างเสร็จแล้วสามารถทำงานได้จริง และยืนยันความถูกต้องตามข้อกำหนดของการออกแบบก่อนเริ่มใช้งานหรือการส่งมอบแก่ลูกค้า เพื่อช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง
  • กรณีเมื่อมีการติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ใหม่ภายในพื้นที่ห้องคลีนรูม: เมื่อมีการเพิ่มหรือเคลื่อนย้ายเครื่องจักรและอุปกรณ์ อาจรบกวนการไหลของอากาศ (Airflow) และส่งผลต่อระดับความสะอาด ซึ่งการทดสอบหลังมีการปรับเปลี่ยนจึงเป็นการช่วยประเมินว่า Cleanroom ยังมีประสิทธิภาพตามเดิมหรือไม่
  • การประเมินประสิทธิภาพการใช้งานตามรอบระยะเวลาของห้องคลีนรูม: การใช้งานห้องคลีนรูมอย่างต่อเนื่องย่อมทำให้ประสิทธิภาพของระบบและระดับความสะอาดภายในห้องลดลง ดังนั้นจึงต้องหมั่นทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) อย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือไม่เกิน 1 ปี เพื่อให้ห้องยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสะอาด 

 

ปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังความสะอาดในห้องคลีนรูม

การรักษาประสิทธิภาพของห้องคลีนรูมให้เป็นไปตามมาตรฐานความสะอาดจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังถึงปัจจัยสำคัญหลายด้าน เพื่อให้การควบคุมการปนเปื้อนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้ โดยมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความสะอาดของห้องคลีนรูม ดังนี้

  • การปนเปื้อนจากอนุภาคฝุ่นละอองและจุลินทรีย์       
  • ความเร็วลมและการถ่ายเทอากาศ
  • ความแตกต่างของความดันอากาศ 
  • อุณหภูมิ (Temperature)
  • ความชื้น (Humidity)
  • คุณภาพอากาศภายในอาคาร (IAQ)

 

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง:  

 

อุตสาหกรรมใดบ้างที่จำเป็นต้องทดสอบห้องคลีนรูม

การทดสอบห้องคลีนรูม หรือ Cleanroom Testing มีความจำเป็นอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมที่ต้องการความสะอาดสูงเพื่อควบคุมคุณภาพและลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อน ไม่ว่าจะอุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ห้องปฏิบัติการวิจัยและทดสอบ สถานพยาบาล หรืออุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่มีการใช้งานห้องคลีนรูม ห้องสะอาด ห้องปลอดเชื้อ หรือห้องพักผู้ป่วย เป็นต้น

 

ยกระดับคุณภาพห้องคลีนรูม ด้วยการทดสอบตาม CPT โดย Q&E INTERNATIONAL 

ยกระดับคุณภาพห้องคลีนรูม ด้วยการทดสอบตาม CPT โดย Q&E INTERNATIONAL 

Q&E INTERNATIONAL” ให้บริการทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom Testing) โดยอ้างอิงการทดสอบตามมาตรฐาน CPT (Cleanroom Performance Testing) ซึ่งครอบคลุมการประเมินประสิทธิภาพ Cleanroom อย่างครบถ้วน ตามแนวทาง ISO 14644 และ NEBB เพื่อให้คุณมั่นใจว่าห้องคลีนรูมของคุณสะอาดจริง ปราศจากสิ่งปนเปื้อน ตรวจสอบได้และรับรองได้ รวมถึงพร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์ ดำเนินการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ในการทดสอบห้องคลีนรูม

โดยมีรายการที่ใช้ทดสอบห้องคลีนรูมดังต่อไปนี้ 

  • การทดสอบเบื้องต้น (Primary Tests)
    • การทดสอบอัตราการไหลของอากาศเพื่อหาอัตราการหมุนเวียนอากาศ (Airflow Velocity, Volume and Air Change Rate)
    • การทดสอบรอยรั่วของแผ่นกรองอากาศ (Filter Installation Leak Test)
    • การทดสอบจำนวนอนุภาคในอากาศเพื่อวัดปริมาณฝุ่นในอากาศ (Airborne Particle Count Cleanliness Classification Test)
    • การทดสอบแรงดันอากาศภายในห้อง (Room Pressurization Test)
    • การทดสอบอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (Temperature and Relative Humidity Test)

 

  • การทดสอบเพิ่มเติม (Secondary Tests)
    • การทดสอบทิศทางการไหลของอากาศ (Airflow Visualization Test)
    • การทดสอบการฟื้นตัวของระดับความสะอาดภายในห้อง (Room Recovery Test)
    • การทดสอบระดับความเข้มแสงภายในห้อง (Lighting Level Test)
    • การทดสอบระดับเสียงภายในห้อง (Sound Level Test)

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : 9 ขั้นตอนการทดสอบห้องคลีนรูม (CPT) กับ Q&E INTERNATIONAL

 

ติดต่อเรา Q&E INTERNATIONAL ได้ที่ช่องทาง

Call: 095-748-7312, 081-595-3011

LINE ID: @248hrupy

Facebook: บริษัท คิว แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 

Email: [email protected], [email protected]

Share :

ข่าวสารที่น่าสนใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า